ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

0
เวอร์ชันเนื้อหาแบบไม่มีโฆษณา อัพเกรดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ Investing.com ของคุณ ประหยัดสูงถึง 40% รายละเอียดเพิ่มเติม

สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2020

โดย Investing.com (Charley Blaine/Investing.com)ตลาดหุ้นDec 02, 2020 18:09
th.investing.com/analysis/article-200434798
สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2020
โดย Investing.com (Charley Blaine/Investing.com)   |  Dec 02, 2020 18:09
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 

ถือเป็นอีกหนึ่งเดือนที่สวยงามสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้จะปรับตัวลดลงในวันสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน แต่ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมานักลงทุนก็ได้กลับเข้าไปลงทุนในตลาดอย่างหนักบนความเชื่อและความหวังว่าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ใกล้จะออกมาแล้วจะสามารถนำพาโลกกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ ส่วนหนึ่งของขาขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดือนที่แล้ว ต้องยกให้เป็นผลงานของหุ้นบริษัผู้ผลิตเครื่องบินเก่าแก่อย่างโบอิ้ง (NYSE:BA) ที่สามารถกลับขึ้นมาได้จากข่าวดีที่เครื่องบินรุ่น 737 MAX ถูกปลดแบนจากหน่วยงานกำกับดูแลการบินของสหรัฐฯ

ดัชนีดาวโจนส์มีราคาปิดเหนือ 30,000 จุดได้ในวันที่ 24 พฤศจิกายนได้เป็นครั้งแรก และกลายเป็นจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ หลังจากนั้น 3 วัน กราฟดาวโจนส์ก็ปรับตัวลดลง 1.4% แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจแต่อย่างใดเพราะเมื่อพิจารณาภาพรวมตลอดทั้งเดือนแล้วพบว่าดัชนีดาวโจนส์ขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น 11.84% กลายเป็นขาขึ้นของดาวโจนส์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 1987 ที่เคยขึ้นมาได้ทั้งสิ้น 13.8%

S&P 500 Monthly 2010-2020
S&P 500 Monthly 2010-2020

ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนี S&P 500 ก็ปรับตัวขึ้นมา 10.6% ทำสถิติกลายเป็นเดือนที่ทำกำไรได้ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน สุดท้ายดัชนีที่ใช้วัดมูลค่าของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่าง NASDAQสามารถวิ่งขึ้นมาได้ 11.6% ได้ตำแหน่งขาขึ้นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2020 และเดือนพฤศจิกายนปี 1999

สำหรับการย่อตัวลงมาของตลาดหุ้นในวันจันทร์ นอกเหนือจากเรื่องของการปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อทำกำไรบางส่วนของนักลงทุนแล้ว ตลาดยังถูกกดดันจากปัจจัยระยะสั้นดังนี้

- แม้จะมีข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19 แต่ขั้นตอนการขนส่งและการแจกจ่ายยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
- ภาพรวมตลาดน้ำมันดิบยังคงเปราะบาง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ย่อตัวลงเกือบ 1% มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $48.88 ต่อบาร์เรลหลังจากที่ก่อนหน้านี้ขึ้นมา 26%
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ยอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาและยังคอยสกัดการทำงานของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่โจ ไบเดนอยู่
- ความเสี่ยงของพรรคการเมืองที่จะได้ครองสภาสูงยังคงมีอยู่ซึ่งจะต้องรอดูการเลือกตั้งพิเศษในรัฐจอร์เจียวันที่ 5 มกราคมปี 2021

เรื่องที่ดูเหมือนว่าจะคงอยู่ถาวรกับนักลงทุนไปอีกนานคืออัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ประธานเฟดยังคงออกมาย้ำทุกรอบที่มีโอกาสว่าจะไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเร็ววันนี้ ความแน่นอนนี้ทำให้กราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลดลงตลอดทั้งเดือน 1.9% และคิดเป็นขาลงตลอดทั้งปีรวมแล้วทั้งสิ้น 56% อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับการทำ IPO การซื้อหรือต่อเติมบ้าน การทำสตาร์ทอัพ และลงทุนในตลาดหุ้น ในภาพรวมเราจึงมองว่าในเดือนธันวาคมนี้ตลาดหุ้นจะพยายามรักษาเสถียรภาพของตนเองไว้แล้วไปรอเริ่มนับหนึ่งใหม่ในเดือนมกราคมปี 2021

มีปัจจัยอะไรบ้างที่กระทบขาขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

ขาขึ้นของตลาดหุ้นในเดือนพฤศจิกายนมีปัจจัยหลักๆ มาจากความคืบหน้าของวัคซีนต้านโควิด-19 ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่หนุนให้ดัชนีหลักทั้งสี่อย่าง ดาวโจนส์ S&P 500, NASDAQ, Russell 2000 และดาวโจนส์ที่วัดค่าเฉลี่ยของการคมนาคมทะยานขึ้นมานับตั้งแต่วันที่มีข่าวดีจากไฟเซอร์มาจนถึงวันขอบคุณพระเจ้า

สำหรับข่าวดีวัคซีนนั้น เราก็ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของทั้งสี่บริษัทไบโอชีวภาพอย่างไฟเซอร์ (NYSE:PFE) ไบโอเอ็นเทค (NASDAQ:BNTX) โมเดิร์นนา (NASDAQ:MRNA) แอซตราเซเนกา (NASDAQ:AZN) และมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดที่ให้ทุนสนับสนุน

ความสำเร็จในการผลิตวัคซีนที่แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ ทำให้หุ้นของบริษัทโมเดิร์นนา และไบโอเอ็นเทคปรับตัวขึ้น 126% และ 45.5% ตามลำดับ นอกจากนี้ข่าวดีดังกล่าวยังช่วยทำให้หุ้นของบริษัทสายการบิน โรงแรม ร้านอาหารกลับมาเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนด้วย

BA Weekly TTM
BA Weekly TTM

ดัชนีดาวโจนส์ได้แรงหนุนพิเศษมาจากขาขึ้นของหุ้นโบอิ้งตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนหุ้นโบอิ้งปรับตัวขึ้นเกือบ 45% แต่หากเทียบเป็นผลงานตลอดทั้งปีแล้วพบว่ายังอยู่ในขาลงอยู่ 35% และลงมาจากจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 อยู่ 53%

Tesla ดัชนี S&P 500 และ NASDAQ 100

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีคือผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาตลอดทั้งปี ผู้ที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของตารางต่างก็เป็นบริษัทที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วเช่นแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) ไมโครซอฟต์ (NASDAQ:MSFT) แอมะซอน (NASDAQ:AMZN) กูเกิลของบริษัทแม่อัลฟาเบต (NASDAQ:GOOGL) และเทสลา (TSLA)  บรรดายักษ์ใหญ่เหล่านี้ช่วยให้ดัชนี NASDAQ 100 ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้น 11% แม้ว่าจะยังไม่อาจขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนได้

TSLA Weekly TTM
TSLA Weekly TTM

หุ้นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในเดือนนี้ก็ยังคงตกเป็นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาด้วยผลงานขาขึ้นตลอดทั้งเดือน 46% มีราคาเปิดเมื่อวันจันทร์เหนือ $600 และพร้อมทะยานขึ้นทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $607.80 แต่โชคไม่ดีที่วันนี้หุ้นเทสลากลับปรับตัวลดลงมา 3.1% มีราคาปิดอยู่ที่ $567.60 อย่างไรก็ตาม เมื่อดูผลงานขาขึ้นตลอดทั้งปีของหุ้นเทสลาพบว่าจากเดือนมกราคมปี 2020 มาจนถึงปัจจุบัน หุ้นของบริษัทเทสลาขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น 578% มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ $538,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่างฟอร์ด (NYSE:F) เจเนอรัล มอเตอร์ (NYSE:GM) ฮอนด้า (NYSE:HMC) และโตโยต้า (NYSE:TM) รวมกัน 60%

ในเดือนธันวาคมนี้เชื่อว่าหุ้นเทสลาจะยังคงเป็นสีสันให้กับตลาดหุ้นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทของอีลอน มัสก์ได้ถูกเชิญขึ้นไปอยู่บนดัชนี S&P 500 อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ธันวาคม ก่อนหน้าที่จะถึงวันเวลาแห่งความยินดีนี้ (อย่างน้อย 2 วัน) เป็นไปได้มากที่จะเกิดการผันผวนของหุ้นเทสลาขึ้น

นอกจากหุ้นชื่อดังยังมีหุ้นตัวไหนที่น่าสนใจอีกหรือไม่

หลังจากที่มีข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิดออกมา นักลงทุนก็มีความเชื่อมั่น และกลับเข้ามารับความเสี่ยงในตลาดหุ้นมากขึ้น นักลงทุนบางกลุ่มที่ถือหุ้นเทคโนโลยีของบริษัทชื่อดังอย่างแอปเปิล ไมโครซอฟต์ เน็ตฟลิกซ์ (NASDAQ:NFLX) และเฟซบุ๊ก (NASDAQ:FB) ก็ได้ตัดสินใจหันไปดูหุ้นรายย่อยตัวอื่นเช่นคอสท์โค (NASDAQ:COST) และทาร์เก็ต (NYSE:TGT) ทำให้หุ้นทั้งสองมีราคาปรับตัวขึ้น 9% และ 17% ตามลำดับในเดือนพฤศจิกายน

นอกจากนี้ก็มีความเคลื่อนไหวของขาขึ้นในหุ้นกลุ่มอื่นๆ ตลอดเดือนพฤศจิกายนเช่นการบิน แร่โลหะและพลังงาน ยกตัวอย่างเช่นหุ้น US Steel (NYSE:X) ปรับตัวขึ้น 47% Alcoa (NYSE:AA) ปรับขึ้น 54% สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (NASDAQ:UAL) ปรับขึ้น 33% อเมริกันแอร์ไลน์ (NASDAQ:AAL) ปรับขึ้น 25.2% เจ็ตบลู แอร์เวย์ (NASDAQ:JBLU) ปรับตัวลดลง 4% จากกรายงานผลประกอบการที่เตือนว่ากำไรในไตรมาสที่สี่ของบริษัทอาจหายไป 70% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

หุ้นของบริษัทในกลุ่มพลังงานนอกจากจะขึ้นเพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มกลับมา ยังปรับขึ้นเพราะราคาน้ำมับดิบที่ขึ้นมา 27% ตามความเชื่อมั่นเดียวกันในตลาดลงทุน หุ้นของบริษัทเชฟรอน (NYSE:CVX) เพิ่มขึ้น 25.4% เอ็กซอน โมบิล (NYSE:XOM) เพิ่มขึ้น 17% และบริษัทผู้ผลิตน้ำมันอาปาเช่ (NASDAQ:APA) เพิ่มขึ้น 55%

ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบคือภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เคยลดลงไปต่ำ $20 ต่อบาร์เรลในขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ลดลงไปแตะ $15.98 การระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่ลดลงในช่วงไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย การขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ก็กลับมาเมื่อมีรายงานจากเบเกอร์ ฮิวจ์ว่ามีการเปิดใช้งานแท่นขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้น 40% จากตัวเลขต่ำสุด 172 แท่นในช่วงกลางเดือนสิงหาคม

ความเคลื่อนไหวในตลาด IPO

ในโลกของการลงทุน ตัวเลขของการเสนอขายหุ้นให้กับคนทั่วไปหรือที่ในวงการเรียกกันสั้นๆ ว่า IPO ก็สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้สถานะภาพในตลาดได้เช่นกัน ยิ่งมี IPO ในตลาดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดหุ้นในภาพรวมมีความร้อนแรงมากขึ้น ข้อมูลจากเรนาซองซ์ แคปปิตัลระบุว่าในปีนี้มีบริษัทสหรัฐฯ ยื่นทำ IPO มากถึง 193 บริษัทซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่มากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2014

SNOW 300 Minute, November Chart
SNOW 300 Minute, November Chart

IPO ที่พึ่งยื่นเข้ามาในปีนี้และเคยเป็นที่รู้จักหรือสร้างกระแสในปีนี้ได้อย่างมากได้แก่ Snowflake (NYSE:SNOW) ที่ยื่นทำ IPO เมื่อเดือนกันยายน มีราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ $325.84 ปรับตัวขึ้น 171% หลังจากได้รับอนุมัติให้เสนอซื้อขายหุ้นให้กับบุคคลทั่วไปได้ไม่นาน นอกจากนี้ก็มีบริษัทวอร์เนอร์ มิวสิค  (NASDAQ:WMG)ที่ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้นมา 18.9% บริษัทอัลเบิร์ตสัน  (NYSE:ACI) บริษัทพาเลนเทียร์  (NYSE:PLTR) ที่เข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก และมีราคาซื้อขายล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 27.11

นอกจากนี้ก็มี IPO ของบริษัท Special Purpose Acquisition Companies (SPACs) และบริษัทผู้พัฒนาเกมออนไลน์ DraftKings (NASDAQ:DKNG) ที่ถือเป็น IPO มาแรงของเดือนพฤศจิกายน ตอนนี้ IPO ของบริษัท Airbnb กำลังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนมากเพราะบริษัทจะเข้าสู่ตลาดหุ้นภายในช่วงกลางเดือนธันวาคม นักวิเคราะห์ประเมินว่าบริษัทอาจมีมูลค่าอยู่ที่ $30,000 เหรียญสหรัฐ

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 นักลงทุนก็หันมาให้ความสนใจกับหุ้นของโรงพยาบาล การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์มากขึ้น บริษัทโมเดิร์นนาเองก็มีแผนที่จะทำ IPO ด้วยเช่นกันเพื่อหวังว่าจะได้รับเงินทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยมากขึ้น อย่างไรก็ตามความสำเร็จและการจะได้เงินทุนของโมเดิร์นนาในตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ผลิตออกมาจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

แม้ตลาดหุ้นจะมีภาพรวมที่ดีแต่ก็ต้องจับตาดูสถานการณ์ของดอลลาร์สหรัฐ

โดยปกติแล้วช่วงสามเดือนระหว่างพฤศจิกายน ธันวาคมและมกราคมถือเป็นสามเดือนที่ดีที่สุดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาโดยตลอดและปีนี้ก็ควรจะเป็นปีพิเศษเพราะได้ปัจจัยเชิงบวกอย่างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้ามาเสริม ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำแต่ก็ยังได้ข่าวดีเรื่องวัคซีนและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเข้ามาเสริมมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องไม่ลืมว่ายังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจแย่ลง และระยะเวลากว่าจะแจกจ่ายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงเป็นอุปสรรคคอยคานขาขึ้นในตลาดหุ้นอยู่ ที่สำคัญที่สุด ยิ่งเข้าใกล้ช่วงสิ้นปีมากเท่าไหร่ นักลงทุนต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นหลายเท่า เพราะมีโอกาสที่หุ้นของบริษัทใหญ่ๆ อย่างแอปเปิล เทสลา กูเกิล จะชะลอความร้อนแรงลงเนื่องจากการปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อทำกำไรก่อนวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่จะมาถึง

สถานการณ์ของดัชนีดอลลาร์สหรัฐก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน ในเดือนที่ผ่านมาดอลลาร์ปรับตัวลดลง 2.3% และตลอดทั้งปีปรับตัวลดลง 4.4% ตั้งแต่มีมาตรการกระตุ้นเศราฐกิจออกมา ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐก็หายไปและดัชนีดอลลาร์ก็ไม่เคยกลับขึ้นไปหา 100 ได้อีกเลย 

ความเสี่ยงนอกเหนือจากนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของการบริหารงานของโจ ไบเดนในอนาคตที่ตอนนี้ยังต้องจับตาดูว่าพรรคเดโมแครตจะได้ครองสภาสูงด้วยหรือไม่ เรื่องนี้จะส่งผลถึงความยากง่ายในการออกมาตรการกระตุ้นเศราฐกิจหลังจากนี้ เพราะภายใต้การบริหารของเขา สิ่งแรกที่ต้องจัดการเลยการพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯ และภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยว ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ หากไม่แล้วธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็จะถูกบีบให้ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอัดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ถึงตอนนั้นดอลลาร์จะยิ่งอ่อนค่ากว่าที่เห็นในปัจจุบัน

สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2020
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบญจพล สุทธิ์วนิช
ยังมีปัจจัยลบกดดัน แนะ Selective โดย เบญจพล สุทธิ์วนิช - Jan 11, 2022

Investment Ideas: ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640-1,665 จุด ตลาดยังคงมีแรง กดดันจาก (1) การฟื้นตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ในรอบเดือนที่ผ่านมา Bond...

ณัฐชาต เมฆมาสิน
คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดย ณัฐชาต เมฆมาสิน - Dec 29, 2021

Enough liquidity for LTF redemption SET: คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดยปัจจัยประคับประคองที่ สําคัญได้แก่ราคาน้ํามันดิบที่ยังคงยืนได้ในระดับสูง รวมถึงสัญญาณ Fund flow...

ทันโลกกับ Trader KP
6 วิธีรับมือ เมื่อขาดทุน…จากการลงทุน  โดย ทันโลกกับ Trader KP - Dec 20, 2021

“ความล้มเหลวเป็นครู ที่ดีที่สุด” – Thomas J. Watson --------------------------- ชีวิตเป็นการเดินทางที่ต่อเนื่อง เราทุกคนพยายามก้าวไปข้างหน้าอย่างดีที่สุด...

สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2020

แสดงความคิดเห็น

หลักเกณฑ์คำแนะนำสำหรับการแสดงความคิดเห็น


เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
การปฏิเสธความรับผิด: Fusion Media would like to remind you that the data contained in this website is not necessarily real-time nor accurate. All CFDs (stocks, indexes, futures) and Forex prices are not provided by exchanges but rather by market makers, and so prices may not be accurate and may differ from the actual market price, meaning prices are indicative and not appropriate for trading purposes. Therefore Fusion Media doesn`t bear any responsibility for any trading losses you might incur as a result of using this data.

Fusion Media or anyone involved with Fusion Media will not accept any liability for loss or damage as a result of reliance on the information including data, quotes, charts and buy/sell signals contained within this website. Please be fully informed regarding the risks and costs associated with trading the financial markets, it is one of the riskiest investment forms possible.
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล