จับตา ผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางหลัก ท่ามกลางไฟสงครามตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรง

เผยแพร่ 16/03/2026 09:33

 

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงได้อานิสงส์จากการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเสี่ยงยืดเยื้อ และทวีความรุนแรงขึ้น
  • จับตาสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้น ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก FED, BOJ, BOE และ ECB
  • เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way Risk ตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลการประชุม FOMC ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ ซึ่งจากความผันผวนของเงินบาทที่อยู่ในระดับสูงชี้ว่า เงินบาทมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ทั้งนี้ เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และต้องจับตาโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก ที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ พอสมควร
  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    31.90-33.00
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล กับ อิหร่าน จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED โดยในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม นี้ เราประเมินว่า FED อาจมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามเดิม เพื่อรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทว่า FED อาจมีการปรับคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจบ้าง อาทิ ปรับลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจปี 2026 ลงเล็กน้อย พร้อมกับปรับเพิ่มอัตราการว่างงานเล็กน้อย และปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ PCE (ตามผลกระทบของราคาพลังงาน) ส่วนคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot อาจไม่ได้แตกต่างจาก Dot Plot ในเดือนธันวาคม อย่างมีนัยสำคัญ ทว่า อาจเห็นจำนวนเจ้าหน้าที่ FED มากขึ้น ที่อาจสนับสนุนการคงดอกเบี้ยในปี 2026 ได้ โดย Dot Plot ล่าสุด อาจสอดคล้องกับมุมมองของบรรดาผู้เล่นในตลาดที่มองว่า FED อาจลดดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้ง ในปีนี้ จากเดิมเคยมองไว้ราว 2-3 ครั้ง ในช่วงก่อนเกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell ในช่วง Press Conference อย่างใกล้ชิด
  • ฝั่งยุโรปผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเราประเมินว่า ทั้ง BOE และ ECB อาจเลือก “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 3.75% และ 2.00% ตามลำดับไปก่อน เพื่อรอประเมินผลกระทบจากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสูงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ พร้อมกับกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจยุโรปได้ ทั้งนี้ ล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปี 2026 (จากที่เคยมอง ลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในช่วงก่อนเกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง) ส่วน ECB อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้ (เดิมตลาดมองว่า ECB อาจคงดอกเบี้ยทั้งปี) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดย ZEW ในเดือนมีนาคม ของยูโรโซน และเยอรมนี รวมถึง ข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ อาทิ ยอดการจ้างงาน อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง เป็นต้น ที่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินของ BOE ได้
  • ฝั่งเอเชียไฮไลท์สำคัญจะอยูที่ ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางฝั่งเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น จนอาจกดดันเศรษฐกิจฝั่งเอเชียได้พอสมควร โดยบรรดาธนาคารกลางส่วนใหญ่อาจเลือกที่จะ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” เพื่อรอประเมินสถานการณ์ไปก่อนได้ ทว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างมองว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย +25bps สู่ระดับ 4.10% ส่วนทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แม้อาจจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุมครั้งนี้ ทว่า ทาง BOJ อาจยังคงส่งสัญญาณพร้อมทยอยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อได้ โดยล่าสุดบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า BOJ อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ท่าทีของทาง BOJ ในการรับมือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงหนัก พร้อมกับการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของราคาพลังงานที่อาจยิ่งเร่งให้เงินเฟ้อของญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกดดันเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูง) ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของจีน ในเดือนกุมภาพันธ์ อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เป็นต้น
  • ฝั่งไทยผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจเริ่มสะท้อนผลกระทบของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่แม้จะมีการยกเลิกภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ (Supreme Court) แต่ทางการสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรา 122 ในการขึ้นภาษีนำเข้ากับทุกประเทศในอัตรา 10% (เสี่ยงถูกปรับขึ้นเป็นอัตราสูงสุด 15%) เป็นระยะเวลา 150 วัน พร้อมทั้งเดินหน้าการสืบสวนสอบสวนเพื่อเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าจากมาตรา 232 และ 301 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย