ราคาทองดิ่งแรงทะลุ 5100! ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน ดันน้ำมันพุ่งร้อยเหรียญ จับตาคืนนี้!

เผยแพร่ 16/03/2026 11:08

 



เปิดสัปดาห์มหาโหด! ทรัมป์ขู่ถล่มบ่อน้ำมันอิหร่าน ดันราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100! แต่ทองคำกลับโดนแรงเทขายกดดันจนหลุด 5100... (เกิดอะไรขึ้นกับตลาด? SPDR นั่งทับมือหลังรินขายไปเกือบ 30 ตัน! กราฟเสียทรงเป็นขาลง ข่าวชนกันนัว กลยุทธ์วันนี้ต้องเอาตัวรอดยังไง?)

Chart Analysis:
กราฟพยายามสวิงสร้างฐานที่ก้นเหวเพื่อล่อเม่า ทิ้ง Liquidity ไว้รอกวาดล้าง!

เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ด้วยสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและแรงกดดันมหาศาล (Panic & Heavy Sell-off)! หลังจากที่ราคาทองคำโดนเทขายกดดันลงมาอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้คือกราฟยังคงซึมลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low) อย่างต่อเนื่อง โดยร่วงทะลุหลุดโซนแนวรับสำคัญและแกว่งตัวอยู่ต่ำกว่าเส้น Daily Pivot ($5,053.11) อย่างสมบูรณ์แบบ ล่าสุดราคาพยายามประคองตัวและหาระดับสมดุลอยู่ในโซนบริเวณ ~$5,008 พฤติกรรมการที่กราฟฉีกกระชากลงมาทำลายโครงสร้างขาขึ้น (Market Structure Break ฝั่งลง) ด้วยแรงขายที่หนาแน่น บ่งบอกถึงการเทขายเพื่อลดความเสี่ยง (De-risking) ของนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การที่กราฟเริ่มมีอาการชะลอตัวและพยายามสร้างกล่องพักตัวแคบๆ ที่โซน 5000 ต้นๆ แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีความลังเล และอาจมีแรงช้อนซื้อทางเทคนิค (Technical Rebound) แอบซุ่มรออยู่ที่ Demand Zone ด้านล่างเพื่อรอประเมินสถานการณ์ขั้นต่อไปก่อนเลือกทาง

ปัจจัยหนุนเช้านี้ เต็มไปด้วยความขัดแย้งของโลกเศรษฐกิจและภัยสงครามที่ฉุดกระชากตลาดไปคนละทิศละทางอย่างหนักหน่วง! ปัจจัยที่สร้างความกังวลที่สุดคือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงทะลุปรอท ล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาขู่ว่าจะโจมตีศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่เกาะ Kharg อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้เกิดภาวะ "The Global Scramble for Oil" ดันราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะยานทะลุ $100 ต่อบาร์เรลทันที นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ไปยัง NATO ว่าหากไม่ยอมเข้ามาช่วยสหรัฐฯ จัดการอิหร่าน จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ยังเตรียมประกาศตั้งกองกำลังพันธมิตรเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดตายอีกด้วย ในสภาวะปกติ ข่าวสงครามระดับนี้ควรจะดันให้ทองคำพุ่งทะยาน แต่ทว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงปรี๊ดบวกกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่งในช่วงต้นปี กลับไปกระตุ้นความกังวลเรื่อง "เงินเฟ้อ" ให้ฟื้นคืนชีพ ทำให้นักลงทุนกังวลขั้นสุดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะหมดโอกาสลดดอกเบี้ย เม็ดเงินมหาศาลจึงไหลไปเก็งกำไรในดอลลาร์แทน ส่งผลให้ทองคำถูกเทขายออกมาอย่างหนัก แถมยังมีข่าวกดดันเรื่องทรัมป์เตรียมใช้มาตรการกำแพงภาษี (Tariffs) ซ้ำเติมอีกระลอก ทำให้รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นต้องออกมาเตือนว่าตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ภาวะผันผวนขั้นรุนแรง

จุดที่น่าจับตามอง
คือ Smart Money อย่างกองทุนยักษ์ใหญ่ SPDR Gold Trust ที่เช้านี้ส่งสัญญาณความนิ่งเงียบที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง! หลังจากที่รินขายทำกำไรมาตลอดทั้งเดือน ล่าสุดเช้านี้ SPDR รายงานตัวเลขการซื้อขายอยู่ที่ +0.00 ตัน ส่งผลให้ยอดถือครองรวมหยุดนิ่งอยู่ที่ 1,071.57 ตัน แต่ต้องไม่ลืมว่ายอดสะสมการเทขายในเดือนมีนาคมนั้นลงลึกไปถึง -29.77 ตัน แล้ว! การที่พี่ใหญ่วาฬเลือกที่จะ "นั่งทับมือ" ไม่ยอมซื้อของถูกเข้าพอร์ตแม้กราฟจะร่วงลงมาใกล้แนว 5000 สะท้อนให้เห็นมุมมองของสถาบันระดับโลกที่ยังไม่เชื่อมั่นว่าทองคำเจอจุดต่ำสุดแล้ว พวกเขาประเมินแล้วว่าความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่พุ่งตามราคาน้ำมันนั้น มีอิทธิพลกดดันทองคำมากกว่าสงครามในเวลานี้ การหยุดนิ่งแบบนี้คือกลยุทธ์ถือเงินสดเพื่อรอดูท่าที (Wait and See) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังว่า รายใหญ่พร้อมที่จะสาดของลงมาได้อีกทุกเมื่อหากกราฟเด้งขึ้นไปให้ราคาที่น่าพอใจ

มุมมองทางเทคนิค เรากำลังเผชิญหน้ากับสภาวะ "Bearish Trend Confirmation & Consolidation" ในไทม์เฟรมระยะสั้นถึงกลางอย่างเต็มรูปแบบ โครงสร้างกราฟใน Timeframe ใหญ่ระดับวัน (D1) เกิดแท่งเทียนทิ้งตัวทะลุแนวรับสำคัญลงมา เป็นการยืนยันว่าโซนด้านบนแถวๆ 5100-5200 มีแรงเทขายของสถาบันคอยกดทับอยู่อย่างมหาศาล ในขณะที่ Timeframe ย่อยอย่าง H4 และ H1 กราฟได้มุดลงมาอยู่ใต้กลุ่มเส้นค่าเฉลี่ย EMA อย่างชัดเจน เปลี่ยนเทรนด์เป็นขาลง (Downtrend) และกำลังฟอร์มตัวทำพฤติกรรม "Bearish Flag" หรือกล่องพักตัวเพื่อสะสมพลัง การเทขายระลอกนี้ได้ดันกราฟลงมาประชิดโซนจิตวิทยา $5,000 ทำให้กราฟเกิดอาการลังเลและสวิงออกข้างเพื่อบีบอัดวอลุ่มรอการเลือกทาง หากมีแรงขายกดดันจนหลุดโซนนี้ไปได้ จะเป็นการเปิดประตูสู่แนวรับถัดไปที่ลึกกว่าเดิมทันที

กลยุทธ์วันนี้โค้ชแจมขอย้ำว่าตลาดเพิ่งเปิดสัปดาห์มาด้วยความผันผวนและแรงกระแทกจากข่าวเสาร์-อาทิตย์ (Weekend Gap Effect) กราฟอาจเกิดอาการ "Whipsaw (สะบัดกิน Stop Loss)" ได้ง่ายมากๆ กลยุทธ์ที่ปลอดภัยและมี Risk:Reward คุ้มค่าที่สุดคือ "เด้ง Sell ตามโครงสร้างหลัก (Sell on Rally)" ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถงัดกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้น Pivot ($5,053) ได้ สำหรับสายดัก Sell ให้ใจเย็นรอจังหวะที่กราฟแกล้งกระชากเบรคหลอกขึ้นไปเคลียร์สภาพคล่อง (Liquidity Sweep) ด้านบน แถวโซนแนวต้าน $5,053 (Pivot) จนถึงขอบล่างของกล่อง Supply ที่ $5,096 (R1) หากชนแล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัว (Pin Bar/Engulfing ขาลง) ให้เข้าออเดอร์หน้า Sell ตามน้ำ โดยมีเป้าหมายที่ S1 และ S2 ส่วนใครที่เป็นสาย Buy สวนเทรนด์ โค้ชแนะนำให้เล่นสั้นมากๆ (Scalping) บริเวณแนวรับ Demand Zone แข็งๆ ที่ $4,977 (S1) หากมีแรงซื้อเด้งงัดกลับทำไส้ยาวค่อยพิจารณาเข้า และที่สำคัญที่สุด ต้องมี Stop Loss ทุกออเดอร์ อย่างเด็ดขาด!



วิเคราะห์ราคาทองคำ
Gold Analysis (16 มีนาคม 2569): ทรัมป์ขู่ถล่มบ่อน้ำมันอิหร่าน ดันน้ำมันพุ่งทะลุ $100 ปลุกผีเงินเฟ้อ! กดทองร่วงหลุด 5100 วาฬ SPDR นั่งทับมือรอดูสถานการณ์!

Key Levels (แนวรับ-แนวต้านสำคัญ)

Resistance 3 : 5215.51
Resistance 2 : 5171.99
Resistance 1 : 5096.63
Daily Pivot = 5053.11
Support 1 : 4977.75
Support 2 : 4934.23
Support 3 : 4858.87

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ
ทองคำวันนี้อยู่ในโหมด "Strong Bearish Control & Consolidation" ราคาปัจจุบันเทรดอยู่ที่ ~$5,008 ตลาดโดนทุบหนักจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่พุ่งตามราคาน้ำมันดิบ แม้จะมีข่าวสงครามคอยพยุงจิตวิทยาไว้บ้าง จุดโฟกัสวันนี้คือ "รอเด้งชนแนวต้านแล้วหาจังหวะ Sell ตามโครงสร้างหลัก"

ข่าวบวก (ปัจจัยหนุนทอง - ทำไมถึงพุ่งไม่หยุด?):

  1. Iran Oil Strike Threat: ทรัมป์ขู่จะถล่มโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน ยกระดับสงครามตะวันออกกลางให้ลุกเป็นไฟ
  2. Hormuz Tensions & Coalitions: สหรัฐฯ เตรียมประกาศจัดตั้งกองกำลังพันธมิตรนานาชาติเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำภาพวิกฤตเส้นทางเดินเรือโลก
  3. Global Volatility Warning: รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น (Katayama) ออกมาเตือนว่าตลาดการเงินโลกกำลังมีความผันผวนสูงมาก หนุนกระแสหลบภัยเข้าหาสินทรัพย์มั่นคง


ข่าวลบ (กดดันทอง - ขวางการขึ้น/ทุบราคาลง):

  1. Oil Shock & Inflation Fear: ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุ $100 ทันทีจากคำขู่ของทรัมป์ ทำให้เกิด "The Global Scramble for Oil" จุดชนวนความกลัวเงินเฟ้อว่าจะพุ่งสูงปรี๊ด ดับฝันการลดดอกเบี้ยของเฟด ดอลลาร์จึงแข็งค่ากระชากทองคำร่วงยับ
  2. Tariffs Return: ทรัมป์ลั่นมีสิทธิ์ขาดในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสงครามการค้ารอบใหม่ กดดันบรรยากาศการลงทุนรวม
  3. Strong China Data: ตัวเลขเศรษฐกิจแห่งชาติจีนเปิดตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงสองเดือนแรก หนุนความเชื่อมั่นฝั่งสินทรัพย์เสี่ยง
  4. Margin Calls & Panic Liquidation: การเปิดกระโดดลงแรง (Gap Down) ทำให้พอร์ตรายย่อยจำนวนมากถูกบังคับปิดสถานะ (ล้างพอร์ต) สร้างแรงเทขายลูกโซ่กดดันกราฟซ้ำเติม
  5. SPDR Massive Dump Hangover: แม้วันนี้ SPDR จะมียอดซื้อขาย +0.00 ตัน แต่การเทขายสะสมมหาศาลเกือบ 30 ตันในเดือนนี้ ยังคงเป็นแรงกดทับทางจิตวิทยาที่ทำให้รายย่อยไม่กล้าเข้าซื้อ


ข่าวที่ต้องจับตา (คืนนี้):
19:30 USD: Empire State Manufacturing Index (ดัชนีภาคการผลิตรัฐนิวยอร์ก) คาดการณ์ 4.0 (ลดลงจาก 7.1)

Scenario: ข่าวเศรษฐกิจคืนนี้อาจไม่ได้รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับปัจจัยสงคราม แต่ให้จับตาการสะบัดตัวของกราฟในช่วงตลาดอเมริกาเปิด หากตัวเลขออกมาแย่กว่าคาด ทองคำอาจมีแรงกระชากรีบาวด์ขึ้นไปหา Pivot ได้ชั่วคราว ก่อนที่จะโดนแรงขายจากสถาบันทุบลงมาตามเทรนด์หลัก!

Trend Analysis (Dow Theory + EMA200)

D1 (Daily Timeframe):
ภาพรวมระดับมหภาคยืนยันสภาวะ "Bearish Breakdown & Trend Shift" อย่างรุนแรงและชัดเจนที่สุด กราฟรายวันโดนทุบเป็นแท่งแดงขนาดใหญ่ (Bearish Marubozu) ทิ้งตัวทะลุแนวรับสำคัญทั้งหมดลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงการทิ้งของหนีตาย (Panic Sell) จากฝั่งสถาบัน ราคาปัจจุบันวิ่งอยู่ต่ำกว่ากรอบการฟื้นตัวเดิม และกำลังพยายามหาฐานรองรับใหม่ที่บริเวณ 5000 เพื่อไม่ให้ร่วงเข้าหาเส้น EMA200 (เส้นสีน้ำเงิน) ไปมากกว่านี้D1 Supply Zone: โซนที่ร่วงหล่นลงมาบริเวณ $5,096 (R1) - $5,171 (R2) ได้กลายสภาพเป็นกำแพงแรงขายระดับสถาบัน (Institutional Supply) ที่แน่นหนามาก การจะฝ่าขึ้นไปต้องใช้ข่าวระดับโลกเท่านั้น
D1 Demand Zone: ฐานรับจิตวิทยาที่พยุงกราฟไว้คือบริเวณโซน $5,000 ไปจนถึง $4,977 (S1) หากโดนข่าวทุบจนหลุดโซนนี้ จะเป็นการคอนเฟิร์มการลงนรกรอบใหม่ทันที

H4 (4-Hour Timeframe):ในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง โครงสร้างกราฟเปลี่ยนเป็นคลื่นขาลง (Market Structure Break - Down) อย่างสมบูรณ์แบบ ราคาทิ้งตัวลงมาด้วยแท่งแดงยาว (Impulsive Drop) และมุดลงไปอยู่ใต้เส้น EMA ทั้ง 3 เส้น (20, 50, 200) ทำให้เส้น EMA เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "Dynamic Resistance" (แนวต้านกดทับแบบเคลื่อนที่) คอยสกัดดาวรุ่งทุกครั้งที่กราฟพยายามเด้ง อินดิเคเตอร์ RSI จมดิ่งลงมาอยู่ในโซน Oversold อย่างลึกซึ้ง บ่งบอกถึงโมเมนตัมฝั่งขายที่คุมเกมเบ็ดเสร็จH4 Supply Zone / Pro OB: บริเวณเส้น $5,053 (Pivot) และกรอบล่างที่ $5,096 (R1) ถือเป็นโซนแนวต้านหลัก หากราคารีบาวด์ขึ้นมาเพื่อล้างความตึงเครียดของ RSI โซนนี้คือจุดดักทุบ (Sell) ที่มีนัยสำคัญสูงมาก
H4 Demand Zone: เป้าหมายการลงด้านล่างอยู่ที่ $4,977 (S1) และหากแพนิคหนัก เป้าหมายถัดไปคือ $4,934 (S2)

H1 (1-Hour Timeframe):กราฟ 1 ชั่วโมงแสดงพฤติกรรม "Bearish Flag Consolidation" หลังจากโดนทุบทิ้งดิ่ง ราคากำลังแกว่งตัวออกข้าง (Sideways) ในกรอบแคบๆ บริเวณก้นเหวเพื่อล้างอินดิเคเตอร์และสะสมพลังใหม่ เส้น EMA ทั้ง 3 เส้น ถ่างออกจากกันและพุ่งปักหัวลง (Bearish Fan) เป็นการสร้าง "Liquidity Pool" เพื่อหลอกให้เม่าเข้ามาดัก Buy สวนเทรนด์H1 Strategy Zone: ราคาวิ่งอยู่ใต้ Pivot ทรงกราฟเป็นใจฝั่งลงเต็มที่ กลยุทธ์คือ "เด้ง Sell (Sell on Rally)" ให้สังเกตโซน $5,030 - $5,053 (Pivot) หากราคาดีดขึ้นไปกวาด Stop Loss (Liquidity Sweep) แล้วเกิดแท่งเทียน Pin Bar ปฏิเสธราคาทิ้งไส้ยาว ถือเป็นจุดลั่นไก Sell ที่สวยงามและปลอดภัย

M30 & M15 (Intraday Scalping - เจาะลึกสายซิ่งด้วย Pro OB):สำหรับสายเทรดสั้น (Scalping) โครงสร้างในระดับจุลภาคฟอร์มตัวเป็นกรอบ "Consolidation Box" แคบๆ บีบอัดตัวอยู่ที่บริเวณ 5000 - 5020 ราคาพยายามสวิงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว (Choppy Price Action) เพื่อสร้างฐาน แต่อิทธิพลหลักยังคงถูกควบคุมด้วยวอลุ่มเทขายมหาศาลจากด้านบนIntraday Demand/Supply & Strategy:โซนดักทุบ (Sell): เล็งเป้านิ่งที่แนวต้านย่อย Pro OB บริเวณ $5,020 - $5,030 รอจังหวะกราฟกระชากเบรคหลอก (Fakeout) ทะลุขึ้นไปแล้วโดนตบกลับด้วยแท่ง Engulfing สีแดง ค่อยกดเข้าออเดอร์
โซนดักรับ (Buy สั้นๆ): โค้ชขอย้ำว่าการ Buy วันนี้คือการสวนพายุ! แต่หากกราฟทุบลงมาทำ False Break ที่ขอบล่างบริเวณ $4,990 - $5,000 แล้วเกิดแท่งเทียนทิ้งไส้ยาวดึงกลับทันที อาจเสี่ยง Follow Buy สั้นๆ รีบเก็บกำไรเข้ากระเป๋า
กลยุทธ์ Scalping ของวันนี้ตลาดเลือกข้างขาลงชัดเจน ให้เล่นสวิงปิงปองในกรอบ เก็บกำไร 300-500 จุด เน้นหน้า Sell เป็นหลักเมื่อราคาเด้งขึ้นไปชนแนวต้าน และ บังคับตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์อย่างเคร่งครัด! คุมพอร์ตให้ดี!

SPDR GOLD Share Update
กองทุน SPDR ซื้อขายทอง +0.00 ตัน
รายงานการถือครองทองคำแท่งของกองทุน SPDR Gold Share 16 มีนาคม 2569
ทองคำแท่งรวมในคลัง SPDR ล่าสุด: 1,071.57 ตัน
ยอดสะสมเดือนมีนาคม 2569: -29.77 ตัน


ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย