ทองคําพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน นักลงทุนจับตาการเจรจาอิหร่านและเงินเฟ้อสหรัฐฯ
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิง สหรัฐฯ กับอิหร่าน และรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด
-
จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ
-
เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk โดยเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลงต่อได้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้น หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ในระยะสั้น ตราบใดที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความร้อนแรงขึ้น อีกทั้ง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สะท้อนถึงโอกาส FED คงดอกเบี้ยในปีนี้มากขึ้น ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่ต้องรอลุ้น พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางช่วงนี้ และรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามทิศทางราคาทองคำที่ส่งผลต่อเงินบาทอยู่พอควร
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
32.80-33.40 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนกรกฎาคม รวมถึง อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) ในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) เดือนสิงหาคม ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินของ FED ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งอาจส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้พอสมควร เช่นกัน โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า FED มีโอกาสราว 16% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมทั้ง รอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้
-
ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน และเศรษฐกิจอังกฤษ ผ่านรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนมิถุนายน และดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Sentix Investor Confidence) เดือนสิงหาคม
-
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของญี่ปุ่น ผ่านรายงาน ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนกรกฎาคม เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 41% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ (โอกาส 96% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม) ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.35% หลังอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 ได้ชะลอลงกว่าที่ RBA ประเมิน กอปรกับภาพเศรษฐกิจออสเตรเลียโดยรวมที่ชะลอตัวลง ทั้ง การจ้างงานและตลาดอสังหาฯ
-
ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ








