บาทเปิด 33.20 แข็งค่า หลัง ADP สหรัฐฯ เดือนส.ค. ต่ำกว่าคาด
ราคาหน่วยความจำแบบสัญญาสำหรับ PC DRAM รุ่น DDR4 8Gb ขึ้นไปอยู่ที่ 25 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 4.17% จากเดือนก่อน และเป็นการทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ห้า คิดเป็นราว 8.6 เท่าของระดับ 2.9 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งเป็นจุดเริ่มเก็บข้อมูลของ TrendForce คำถามที่สำคัญกว่าราคาต่อชิปตอนนี้คือ ต้นทุนก้อนนี้จะถูกส่งต่อไปให้ใคร และงบการเงินของใครที่จะโดนบีบเป็นรายต่อไป
ต้นทุนเริ่มเดินทางออกจากผู้ผลิตชิปแล้ว
สัญญาณที่ชัดที่สุดในเดือนสิงหาคมไม่ได้มาจากฝั่งผู้ผลิตหน่วยความจำ แต่มาจากผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของพวกเขา Nvidia Corporation (NASDAQ: NVDA) แจ้งผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ว่าจะปรับราคาสินค้าเรือธงขึ้นมากกว่า 15% สำหรับสินค้าที่ส่งมอบต้นปีหน้า ครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์ม Grace Blackwell และรุ่นถัดไป Vera Rubin ตามรายงานของ Bloomberg เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม โดยระบุสาเหตุตรงไปตรงมาว่าเป็นราคา HBM และ server DRAM ที่พุ่งขึ้น
ตัวเลขที่ตามมามีน้ำหนักกว่าเปอร์เซ็นต์ The Information ประเมินว่าการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 1 กิกะวัตต์จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์จากการปรับราคาครั้งนี้ นี่คือจุดที่ธีมการลงทุนเรื่องหน่วยความจำเปลี่ยนหน้าตา จากเรื่องกำไรของผู้ผลิตชิปกลายเป็นเรื่องโครงสร้างต้นทุนของทั้งอุตสาหกรรม AI
Deloitte ประเมินในบทวิเคราะห์วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ว่าหน่วยความจำคิดเป็นราวหนึ่งในสี่ของต้นทุนวัสดุในแร็กเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับสูง และสัดส่วนเงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของกลุ่มไฮเปอร์สเกลที่ไหลไปเป็นค่าหน่วยความจำอยู่ที่ประมาณ 30% ในปี 2569 โดยคาดว่าจะขึ้นไปที่ 36% ในปี 2570
ทำไมรอบนี้ยาวกว่าที่เคยคุ้นเคย
วงจรราคาหน่วยความจำในอดีตมักกินเวลา 12 ถึง 18 เดือนก่อนที่กำลังผลิตใหม่จะเข้ามากดราคาลง Deloitte มองว่ารอบนี้จะอยู่ในภาวะผันผวนสองถึงสี่ปี และกำลังผลิตใหม่จริงจะเข้าตลาดในปี 2572 หรือ 2573 เพราะการสร้างโรงงานหน่วยความจำและเร่งกำลังผลิตใช้เวลาสามถึงห้าปี แม้ผู้ผลิตสามรายใหญ่จะเพิ่มงบลงทุนรวมกันเกือบ 340% ระหว่างปี 2567 ถึง 2570
ฝั่งงบการเงินยืนยันภาพนี้แล้ว Micron Technology, Inc. (NASDAQ: MU) รายงานรายได้ไตรมาสสามปีบัญชี 2569 ที่ 41,460 ล้านดอลลาร์ เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาด 35,850 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับปรุง 25.11 ดอลลาร์ เทียบกับคาด 20.78 ดอลลาร์ พร้อมประกาศว่าลูกค้าผูกพันเงิน 22,000 ล้านดอลลาร์เพื่อล็อกอุปทานผ่านข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ 16 ฉบับ ที่มีทั้งเงื่อนไข take-or-pay เงินมัดจำ และราคาขั้นต่ำ
ประเด็นที่ต้องอ่านให้ถูกคือ ภาระผูกพันที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้จากข้อตกลงเหล่านี้อยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ใช่มูลค่าบริษัท มันคือรายได้ที่มีสัญญารองรับและจะทยอยรับรู้ในอนาคตตามการส่งมอบ
สัญญาณเตือนที่ซ่อนอยู่ในตัวเลขเดียวกัน
ข้อมูลเดือนสิงหาคมมีจุดที่ควรทำให้ระวัง โมดูล DDR4 รุ่นเก่าซื้อขายในราคาสูงกว่าสินค้ารุ่นใหม่กว่าอย่าง DDR5 ซึ่งเป็นภาวะกลับหัวที่ไม่ปกติ ขณะที่ตลาด PC โลกยังซบเซาและยอดส่งมอบโน้ตบุ๊กถูกคาดว่าจะลดลง 10.5% ในปีนี้ ผู้ผลิต PC พยายามตุนสต็อก DRAM ให้เกินสิบสัปดาห์ก่อนสิ้นปี และนักวิเคราะห์ระบุว่าการซื้อล่วงหน้าเพิ่มเติมเป็นตัวดันราคาให้สูงขึ้นอีก
การซื้อล่วงหน้าเพราะกลัวของขาดคือสิ่งที่ทำให้ดีมานด์ที่เห็นสูงกว่าดีมานด์ที่ใช้จริง เมื่อไรที่ผู้ซื้อรู้สึกว่าสต็อกพอ คำสั่งซื้อจะหายไปเร็วกว่าที่ราคาจะปรับตัว และนี่คือกลไกที่ทำให้หุ้นกลุ่มหน่วยความจำเคยลงแรงในทุกรอบก่อนหน้า สัญญาณอีกด้านคือฝั่ง NAND ที่ผู้ผลิตระบบเริ่มปฏิเสธการขึ้นราคาเพิ่มเพราะภาระต้นทุนถึงขีดจำกัดแล้ว
สำหรับนักลงทุนไทยที่เข้าถึงหุ้นสหรัฐได้ ความเสี่ยงจริงจึงไม่ใช่การเข้าผิดตัว แต่คือการเข้าผิดจังหวะของวงจร ราคาหุ้น Micron Technology, Inc. (NASDAQ: MU) ปรับขึ้นกว่าสามเท่าในปี 2569 ก่อนการรายงานผลประกอบการรอบดังกล่าว และเคยลดลง 13% ในวันเดียวก่อนหน้านั้น ความผันผวนระดับนี้เป็นลักษณะปกติของหุ้นวัฏจักร ไม่ใช่ความผิดปกติ
ในเชิงเครื่องมือ ผู้ที่ต้องการรับความเสี่ยงแบบเร่งอัตราทดในธีมนี้ควรเข้าใจก่อนว่ากองทุนที่ใช้อัตราทดรายวันทำงานคนละแบบกับการถือหุ้น Leverage Shares 2x Long MU Daily ETF (Cboe: MUG) และ Leverage Shares 2x Long Memory Daily ETF (Cboe: RAML) ตั้งเป้าให้ผลตอบแทน 200% ของการเคลื่อนไหวรายวันของสินทรัพย์อ้างอิง โดยปรับสมดุลพอร์ตทุกวันทำการ กลไกนี้ทำให้ผลตอบแทนในช่วงเวลาที่ยาวกว่าหนึ่งวันเป็นผลของการทบต้นรายวัน และอาจต่างจากสองเท่าของผลตอบแทนสินทรัพย์อ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดที่แกว่งแรงแบบหุ้นหน่วยความจำ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อถือลงทุนระยะยาว
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้
สามตัวเลขที่บอกทิศทางของวงจรนี้ได้ดีที่สุดคือ ราคาสัญญา DRAM รายเดือนของ TrendForce ว่าอัตราการเพิ่มเริ่มชะลอหรือยัง สัดส่วนงบลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไหลไปเป็นค่าหน่วยความจำในปี 2570 และคำแนะนำของ Micron Technology, Inc. (NASDAQ: MU) ในไตรมาสถัดไป ซึ่งบริษัทให้กรอบกำไรต่อหุ้นปรับปรุงไว้ที่ 31 ดอลลาร์ บวกลบ 1 ดอลลาร์ เมื่อไรที่ราคาแรมแพงขึ้นแล้วผู้ซื้อยังยอมจ่ายโดยไม่ลดปริมาณ วงจรยังไม่จบ แต่วันที่ผู้ซื้อเริ่มเลื่อนโครงการออกไป คือวันที่ต้องกลับมาอ่านตัวเลขใหม่ทั้งชุด
คำถามที่พบบ่อย
1. ทำไมราคาแรมปี 2569 แพงขึ้นมากขนาดนี้
เพราะผู้ผลิตหน่วยความจำจัดสรรสายการผลิตให้ server DRAM และ HBM ก่อน ทำให้กำลังผลิตสำหรับ DRAM รุ่นทั่วไปหดตัวลงอย่างมาก และ HBM ใช้เวเฟอร์มากกว่า DRAM ปกติหลายเท่า ผลคือเกิดภาวะเบียดขับที่เกิดจากการลงทุน AI
2. ภาวะแรมขาดแคลนนี้จะจบเมื่อไร
Deloitte ประเมินว่ากำลังผลิตใหม่จะเข้าตลาดในปี 2572 หรือ 2573 และภาวะอุปทานตึงตัวกับราคาที่สูงจะยังอยู่ต่อไปอีกหลายปี เพราะการสร้างโรงงานหน่วยความจำใช้เวลา 3-5 ปี ส่วน Micron ระบุว่าคาดว่าตลาดจะตึงตัวต่อไปเกินปีปฏิทิน 2570
3. Nvidia ขึ้นราคาเซิร์ฟเวอร์แล้วกระทบใคร
กระทบผู้สร้างและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ AI โดยตรง เพราะ The Information ประเมินว่าต้นทุนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 1 กิกะวัตต์จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ ต้นทุนส่วนนี้จะไปปรากฏในค่าเช่าประมวลผลหรือในอัตรากำไรของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
4. ตัวเลขภาระผูกพัน 100,000 ล้านดอลลาร์ของ Micron คือรายได้หรือไม่
ไม่ใช่ นั่นคือภาระผูกพันที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้จากข้อตกลงลูกค้าเชิงกลยุทธ์ที่ทำไว้แล้ว ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามการส่งมอบในอนาคต และเป็นตัวเลขที่ต่างจากรายได้ที่รายงานแล้วและต่างจากมูลค่าบริษัท
5. ความเสี่ยงหลักของการลงทุนธีมหน่วยความจำตอนนี้คืออะไร
คือการซื้อล่วงหน้าเพราะกลัวของขาด ซึ่งทำให้ดีมานด์ที่เห็นสูงกว่าการใช้งานจริง โดยผู้ผลิต PC พยายามตุนสต็อกเกินสิบสัปดาห์และนักวิเคราะห์ระบุว่าการซื้อล่วงหน้าเป็นตัวดันราคา เมื่อสต็อกเพียงพอ คำสั่งซื้ออาจหายไปเร็วกว่าที่ราคาจะปรับตัว







