+42%, +39%, +36%: หุ้นชิปที่ AI คัดเลือกกําลังพุ่งแรงในเดือนกันยายน
วันนี้ ทองคำโลกเปิดตลาดบริเวณ 4,348 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศอยู่ราว บาทละ 68,400 บาท หลังเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 4,322–4,383 ดอลลาร์/ออนซ์ ก่อนปิดที่ประมาณ 4,343 ดอลลาร์ (ปิดลบ 35 ดอลลาร์)จากการที่สกุลดอลลาร์แข็งค่ากดดันตลาดจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ และแนวโน้มการเจรจารการค้ากับจีน ที่น่าจะมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตามทองยังพอได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันอยู่บ้าง หลังที่ปรับตัวลงต่อเนื่องช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ขณะที่นักลงทุนจับตาสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP ในวันนี้ และการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลาย ๆ ท่าน ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 88% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนธ.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำจีน ในวันที่ 24 ก.ย. โดยคาดว่าการประชุมจะพูดประเด็นต่าง ๆ เช่น การขยายเวลาพักรบทางการค้า, การกำกับดูแล AI, แร่ธาตุหายาก และสงครามอิหร่าน
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
โดยภาพรวม ทองคำกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังจากการปรับฐานแรง เครื่องมือทางเทคนิคระยะสั้นราย 4ชั่วโมง
ส่งสัญญาณในเชิงบวก โดย RSI(14) อยู่บริเวณ 52 ซึ่งสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับมา แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Overbought ขณะที่ MACD เริ่มกลับมาอยู่ในแดนลบและยังสนับสนุนโมเมนตัมขาลง นอกจากนี้ ราคาทองคำยังใกล้หลุดกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นอย่าง MA50 และ MA100 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวในระยะสั้นมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นยังไม่ควรตีความว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นการยืนยันขาขึ้นรอบใหม่จนกว่าจะสามารถผ่านโซน 4,400 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน กลยุทธ์ในการติดตามวันนี้จึงควรให้ความสำคัญกับ “การยืนราคา” มากกว่าการดูเพียงการดีดตัวระหว่างวัน โดย 4,340 ดอลลาร์เป็นระดับที่ใช้ติดตามความแข็งแรงของแรงซื้อ ขณะที่ 4,400 ดอลลาร์เป็นระดับสำคัญสำหรับยืนยันการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้น ระวังหากกลับลงมาต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์ ต้องระวังการปรับฐานรอบใหม่
ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,340 /4,320/4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,370/4,400/4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์








