ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําช่วงเช้ามีการฟื้นตัวขึ้น แต่การฟื้นขึ้นเป็นไปอย่างจํากัด โดยประเด็นที่นักลงทุนมุ่งให้ความสนใจ คือการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั่วโลกมีความคืบหน้า หลังล่าสุด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) เปิดเผยว่า นับจนวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา สหรัฐได้ฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ให้ประชาชนไปแล้ว 52,884,356 โดส และแจกจ่ายวัคซีนไปแล้ว 70,057,800 โดส ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันของสหรัฐแตะระดับตํ่าสุดนับตังแต่ต.ค. นอกจากนี้ WHO อนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิดของ ่แอสตร้าเซนเนก้า่ ในกรณีฉุกเฉินแล้ว ซึ่งจะเปิดทางให้กลุ่มประเทศที่กําลังพัฒนาสามารถเข้าถึงวัคซีนราคาที่ค่อนข้างถูกได้ นอกจากนี นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดเผยว่า EU จะเปิดตัวโครงการ ใหม่เพื่อศึกษาการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 โดยมีเป้าหมายที่จะเตรียมวัคซีนรุ่นต่อไปซึ่งอาจเป็นสิ่งจําเป็นในอนาคต ความหวังดังกล่าวกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น ดันตลาดหุ้นเอเชียบวกเช้านี้กว่า +1% พร้อมกับหนุนสกุลเงินเสี่ยงอื่นๆอาทิปอนด์และยูโร จึงกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อยู่ไม่ไกลจากระดับ ตํ่าสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ จึงหนุนให้ราคาทองคําฟืนตัวขึ้นได้ แต่ทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลงเช่นกัน จึงอาจทําให้ราคาทองคํา ปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจํากัด ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ราคาทองคําพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัว ทังนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทําให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,830-1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน ได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง เน้นการซื้อขายระยะสั้น ดูบริเวณ 1,830-1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้แนะนําขาย เพื่อรอเข้าซื้อทํากําไรเมื่อราคาอ่อนลงหรือไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้ให้รอดูบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,855 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (จุดตัดขาดทุนสถานะขาย)
ราคาอยู่ในช่วงการพักฐาน โดยเน้นการเก็งกําไรระยะสั้น หากราคายืนเหนือโซนแนวรับแรกบริเวณ 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทําให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,830-1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
