กําไรกว่า 184%+ และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง: รายชื่อหุ้นที่ AI คัดเลือกสําหรับเดือนสิงหาคม เปิดตัวแล้ว Now
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นมาก ตามการร่วมมือเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ
-
จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ SpaceX และหุ้นธีม AI/Semiconductor
-
เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk โดยอาจอ่อนค่าลงบ้าง บ้าง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง ทว่า หากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หรือตลาดปิดรับความเสี่ยงชัดเจน อาจหนุนเงินดอลลาร์ได้ ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทได้กลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ในระยะสั้น จนกว่าเงินบาทจะอ่อนค่าทะลุโซน 33.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่ต้องรอลุ้น พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางช่วงนี้ และรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
33.00-33.70 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงาน ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) อัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) รวมถึง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตส่าหกรรมการผลิตและภาคการบริการ (ISM Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกรกฎาคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ล่าสุดทางประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ จะออกมาระบุว่า การเจรจาหยุดยิงจะกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ทว่า ทางการอิหร่านยังไม่ได้มีท่าทีตอบรับที่ชัดเจน แต่อย่างใด แต่กระแสข่าวดังกล่าวได้ ทำให้ ราคาพลังงาน อย่าง ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลงแรง ในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ เนื่องจากจะมีการรายงานผลประกอบการจากหุ้นใหญ่ อย่าง SpaceX และหุ้นธีม AI/Semiconductor เช่น AMD และ Sandisk เป็นต้น
-
ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนมิถุนายน ของยูโรโซน เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน และทิศทางเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดคงมองว่า ECB มีโอกาสราว 69% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้
-
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Wage Growth) ของญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายน เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมทั้งรอติดตามการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อย่างใกล้ชิด หลังเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ตามการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 25% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ ส่วนในฝั่งจีน ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (RatingDog Manufacturing & Services PMIs) เดือนกรกฎาคม ยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) รวมถึง อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนกรกฎาคม ด้วยเช่นกัน เพื่อประเมินพัฒนาการและแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25% หลังอัตราเงินเฟ้อได้ชะลอลงเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2%-6% ของ RBI ทำให้ RBI รอประเมินผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ก่อนปรับนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้
-
ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทย ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเดือนกรกฎาคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนกรกฎาคม เช่นกัน โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยอาจสูงขึ้นสู่ระดับ 2.60% ตามผลของฐานต่ำในปีก่อนหน้า หลังโมเมนตัมรายเดือนติดลบราว -0.1%m/m ตามการปรับตัวลงของราคาพลังงานโดยเฉลี่ย ทว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอาจสูงขึ้นสู่ระดับ 1.41% ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการ






