หุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น นําโดยหุ้นเทคโนโลยี ก่อนการประชุมสุดยอดทรัมป์-สี
-
BOE ยังคงมีมติคงดอกเบี้ย แต่พร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ หากราคาพลังงานสูงขึ้นต่อเนื่องนานกว่าคาด
-
จับตาการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ กับจีน (Trump-Xi Summit) พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก
-
เงินดอลลาร์จะเคลื่อนไหวตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง (เสี่ยงทวีความร้อนแรงขึ้นในระยะสั้น) รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED พร้อมกันนั้น ควรจับตาเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เสี่ยงผันผวนสูงช่วงหยุดยาวของญี่ปุ่น ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีกำลังอยู่ เปิดความเสี่ยงเงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ โดย เงินบาทจะเคลื่อนไหวตามการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ไม่ต่างจากเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกัน พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินบาท นอกจากนี้ ควรจับตา ทิศทางราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทเช่นกัน
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ การประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (Trump-Xi Summit) ในวันที่ 24 กันยายน นี้ ซึ่งอาจมีการเจรจาทั้งในส่วนของนโยบายการค้าและประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ อย่าง สงครามในตะวันออกกลาง โดยในส่วนนโยบายการค้านั้น อาจมีการขยายเวลาพักการเก็บภาษีนำเข้า และการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับแร่ Rare Earths รวมถึงอาจมีการเจรจาเกี่ยวกับประเด็น AI ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกันยายน รวมถึงยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) เป็นต้น พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ที่ล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า FED มีโอกาสราว 31% จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ และ FED อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ในปีนี้ 2027 นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์เสี่ยงทวีความรุนแรงขึ้น ดังจะเห็นได้จากการโจมตีล่าสุดของกลุ่ม Houthi (พันธมิตร Axis of Resistance สำคัญของอิหร่าน) ต่อพื้นที่ในซาอุดิอาระเบีย อีกทั้ง ยังมีรายงานข่าวถึงแนวโน้มที่ทางการอิหร่านจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม ทำให้ ราคาพลังงานเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงนี้ได้
-
ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของยูโรโซนกับอังกฤษ ในเดือนกันยายน รวมถึง ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (IFO Business Climate) เดือนกันยายน เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจฝั่งยุโรป พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ ECB และ BOE โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า ECB และ BOE มีโอกาสราว 52% กับ 57% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ ตามลำดับ
-
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกในช่วง 20 วัน (Exports 20-day) ของเกาหลีใต้ ในเดือนกันยายน เพื่อประเมินโมเมนตัมของความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งรายงานข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของตลาดหุ้นเกาหลีใต้และตลาดการเงินเอเชียโดยรวมได้ ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการในเดือนกันยายน ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) อายุ 1 ปี และ 5 ปี ไว้ที่ระดับ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ ส่วน ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.75% หลังค่าเงินรูเปียะห์ (IDR) ทยอยแข็งค่าและมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
-
ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทยในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะยังคงได้อานิสงส์จาก AI Boom หนุนการขยายตัวในอัตราสูงของทั้งการส่งออกและนำเข้าในสินค้าหมวดที่เกี่ยวข้องกับ AI/Semiconductor








