เปิดแอป

ซาอุดีอาระเบีย ช็อกตลาดน้ำมันโลกอีกครั้ง!

เผยแพร่ 06/01/2021 08:14
คราวนี้ไม่ใช่การเปิดก็อกการผลิตน้ำมันดิบให้ท่วมโลกเพื่อสร้างสงครามราคาเหมือนครั้งก่อนแต่ตรงกันข้ามกัน ครั้งนี้ทางซาอุดีอาระเบียจะยอมเสียสละ โดยการสมัครใจที่จะลดกำลังการผลิดของประเทศตัวเองลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ! เพื่อที่ประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปกอื่นๆจะได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นมาได้โดยไม่ทำให้น้ำมันดิบล้นตลาด !
ข่าวนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้นไปกว่า +5% เมื่อคืนนี้ ! ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีตั้งแต่ไวรัสโควิดเริ่มระบาดหนัก โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดทะลุ 50 เหรียญต่อบาร์เรลไปแล้ว และราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดเฉียด 54 เหรียญ
ซาอุดีอาระเบียยอมมีรายได้ลดลง 5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับความสามัคคีของกลุ่มโอเปก
หลายท่านที่ติดตามทางเพจอยู่จะทราบว่า รัสเซีย และ คาซัคสถานเป็น 2 ประเทศที่มีมุมมองเรื่องความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้ต่างจากเพื่อนสมาชิกโอเปก โดยทั้งคู่มองว่าด้วยวัคซีนที่กำลังทยอยนำออกมาฉีดให้ประชาชนทั่วโลกกันในเวลานี้ จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันฟื้นกลับขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นทั้งคู่จึงเสนอให้กลุ่มโอเปกเพิ่มการผลิตที่อีก +0.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อที่จะได้มีรายได้เข้ามาช่วยประเทศในยามวิกฤตนี้บ้าง
แต่ในขณะที่ทางพี่ใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียและเหล่าสมาชิกอื่นๆยังมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังระบาดอยู่ในปัจจุบัน ที่ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด และกำลังมีการระบาดรอบ 2-3 ไปทั่วทุกมุมโลกอีกครั้ง ทางกลุ่มนี้จึงไม่อย่างเสี่ยงที่จะเปิดก็อกน้ำมันออกมาเพิ่มเพราะอาจทำให้มีอุปทานน้ำมันล้นตลาดเกินไป จึงเสนอให้คงการลดกำลังการผลิตอยู่ที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวันออกไปก่อน
สุดท้ายการประชุมได้ยืดเยื้อออกไปต่ออีกหนึ่งวันจนถึงเมื่อคืนนี้ และทางซาอุดีอาระเบียสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด...
“เราคือผู้พิทักษ์ตลาดน้ำมันดิบ” เจ้าชายอับดุลลาซิซบินซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าว
พร้อมกับบอกกลุ่มเพื่อนสมาชิกว่าทางมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัดบินซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย มีคำสั่งมาโดยตรงให้ซาอุดีอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตลงคนเดียวเพื่อเป็น นิมิตรหมายที่ดี ต่อความสามัคคีของกลุ่ม
สิ่งที่ซาอุยอมเสียสละไปด้วยตัวคนเดียวคิดคร่าวๆคือเป็นรายได้ที่จะหายไปจากประเทศ เดือนละ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน x 50 เหรียญต่อบาร์เรล x 30 วัน x 30 บาท/เหรียญสหรัฐ = 45,000 ล้านบาทต่อเดือน เลยทีเดียว
ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้นไปกว่า +5% เมื่อคืนนี้ ! ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีตั้งแต่ไวรัสโควิดเริ่มระบาดหนัก
ราคาน้ำมันดิบ
ติดตามข่าวสารการลงทุนที่น่าสนใจไปกับ Facebook fanpage ทันโลกกับTraderKP
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ Facebook fanpage ทันโลกกับTraderKP

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย