เปิดแอป

AI ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่คือสงครามลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

เผยแพร่ 02/07/2026 16:27
ในบทความนี้:

ถ้าเมื่อปีที่แล้วนักลงทุนยังมอง AI เป็นเรื่องของโมเดล ภาษา และแอปพลิเคชัน ปี 2026 กำลังบอกเราชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า AI ได้ขยับไปสู่สนามแข่งขันอีกระดับหนึ่งแล้ว นั่นคือ สงครามงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภาพนี้สรุปประเด็นสำคัญได้ดีว่า การใช้จ่ายด้าน AI CapEx ของทั้งสหรัฐและจีนกำลังถูกปรับประมาณการขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่เดือน


(Source: GS, IMF, as of June 15, 2026; graphic by Leverage Shares)

ฝั่งสหรัฐ ตัวเลขในภาพชี้ว่า AI CapEx เพิ่มจาก 156 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และ 2023 เป็น 254 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024, 443 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025, 764 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026E และอาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027E หากตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริง ขนาดการลงทุนดังกล่าวจะเทียบได้กับประมาณ 3.0% ของ GDP สหรัฐตามที่แสดงในภาพ ซึ่งสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเมกะเทรนด์ของตลาดหุ้นอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติของภาคเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ฝั่งจีน แม้ขนาดจะยังเล็กกว่าสหรัฐ แต่ทิศทางก็เร่งขึ้นชัดเจนไม่แพ้กัน ตัวเลขในภาพระบุว่า AI CapEx ของจีนเพิ่มจาก 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 เป็น 18 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023, 36 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024, 57 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025, 102 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026E และ 123 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027E ในสัดส่วน GDP ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 0.6% ของ GDP จีนตามกรอบของภาพ ซึ่งอาจต่ำกว่าสหรัฐ แต่ก็สะท้อนการเร่งลงทุนอย่างจริงจังจากทั้งแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ผู้พัฒนาโมเดล และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในประเทศ

สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้สำคัญคือ AI CapEx ไม่ได้ไหลไปที่บริษัทประเภทเดียว เมื่อ hyperscalers และแพลตฟอร์มเทคยักษ์ใหญ่เพิ่มงบลงทุน เงินจะไหลต่อไปยังผู้ผลิตชิป หน่วยความจำ เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ ซอฟต์แวร์ AI ระบบ inference และผู้ให้บริการ data center เป็นทอด ๆ นั่นหมายความว่าโอกาสของธีม AI ในระยะต่อไปอาจไม่ได้กระจุกอยู่แค่บริษัทผู้สร้างโมเดล แต่ขยายไปทั่ว value chain ของระบบนิเวศ AI

สำหรับนักลงทุน นี่คือเหตุผลว่าทำไมการลงทุนในธีม AI วันนี้ต้องเริ่มแยกให้ชัดระหว่าง global AI leaders กับ China AI ecosystem แม้ทั้งสองตลาดจะวิ่งอยู่บนธีมเดียวกัน แต่ drivers ไม่เหมือนกันทั้งหมด ฝั่งสหรัฐได้แรงหนุนจาก hyperscaler spending, cloud infrastructure, semiconductors และ enterprise AI adoption ขณะที่ฝั่งจีนได้แรงหนุนจากนโยบายเทคโนโลยีภายในประเทศ การเร่งสร้าง domestic AI stack และการผลักดันบริษัทท้องถิ่นให้พัฒนาโมเดลและฮาร์ดแวร์ของตนเอง

ถ้าจะหากองทุนที่สะท้อนภาพนี้ได้ตรงที่สุดในฝั่ง global หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ Themes Generative Artificial Intelligence ETF (Nasdaq: WISE) กองทุนนี้ติดตาม Solactive Generative Artificial Intelligence Index มีค่าธรรมเนียม 0.35% และถือหุ้น 42 บริษัทตาม factsheet ล่าสุด โครงสร้างของ WISE เน้นบริษัทที่เชื่อมโยงกับ generative AI ทั้งในด้าน AI software, data, NLP, analytics และโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้การใช้งาน AI เชิงพาณิชย์เกิดขึ้นจริง

จุดเด่นของ WISE คือมันไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ “ผู้ชนะเพียงรายเดียว” ของ AI Holdings ที่เปิดเผยใน factsheet ล่าสุดมีทั้ง NVIDIA, AMD, SoundHound AI, Blaize Holdings และบริษัทที่เชื่อมโยงกับ data-driven AI services ทำให้กองทุนนี้เหมาะกับการมองธีม AI ในระดับ value chain ที่กว้างกว่าแค่ชื่อใหญ่ไม่กี่ตัว หากภาพนี้สื่อว่าเงินลงทุน AI ของสหรัฐกำลังเร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง WISE ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนภาพดังกล่าวในรูปแบบ diversified thematic exposure

ในฝั่งจีน กองทุนที่เข้าธีมได้ตรงที่สุดคือ Themes China Generative Artificial Intelligence ETF (Cboe: DRGN) กองทุนนี้ติดตาม BITA China Generative AI Select Index มีค่าธรรมเนียม 0.39% และถือหุ้น 23 บริษัทตาม factsheet ล่าสุด DRGN ลงทุนในบริษัทจีนที่มีรายได้เกี่ยวข้องกับ AI model training, generative AI applications, AI infrastructure และฮาร์ดแวร์ที่เข้าถึงได้ผ่านตลาดสหรัฐ ฮ่องกง หรือ Stock Connectthemesetfs+1

ตรงนี้ทำให้ DRGN น่าสนใจมากในบริบทของภาพ เพราะภาพไม่ได้พูดแค่ว่าสหรัฐลงทุนเยอะกว่า แต่ยังบอกด้วยว่า จีนก็เร่งขึ้นเร็วมากจากฐานเดิม Holdings ล่าสุดที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลสาธารณะของ DRGN มีชื่ออย่าง Hygon Information Technology, Yuanjie Semiconductor, Cambricon, Montage Technology, Foxconn Industrial Internet, Baidu และ Xiaomi ซึ่งสะท้อน ecosystem AI จีนทั้งฝั่ง compute, hardware, model layer และ applications หากนักลงทุนเชื่อว่าจีนจะสร้าง AI stack ของตัวเองได้สำเร็จ DRGN คือหนึ่งในกองทุนไม่กี่ตัวที่สะท้อนธีมนี้ได้ค่อนข้างตรง

อย่างไรก็ดี ทั้ง WISE และ DRGN ไม่ได้เป็นการเดิมพันแบบเดียวกัน WISE มีน้ำหนักไปทางสหรัฐและบริษัทที่เชื่อมโยงกับ global generative AI commercialization มากกว่า ขณะที่ DRGN เป็นการลงทุนที่เฉพาะทางกว่า และมีความเสี่ยงเฉพาะประเทศ กฎระเบียบ และความผันผวนของหุ้นเทคจีนมากกว่า ดังนั้นการเลือกใช้กองทุนจึงควรขึ้นอยู่กับคำตอบของนักลงทุนว่า ต้องการ exposure ต่อ “AI leaders ของโลก” หรือ “การไล่ทันของจีนใน AI race” มากกว่ากัน

ภาพนี้จึงให้อีกบทเรียนหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือ AI ในรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง innovation แต่เป็นเรื่อง capital intensity ด้วย ใครมีงบลงทุนมากกว่า มีชิปมากกว่า มี memory มากกว่า และมี data-center capacity มากกว่า อาจมีความได้เปรียบเชิงแข่งขันมากกว่าในอีกหลายปีข้างหน้า สำหรับนักลงทุนที่อยากวางพอร์ตตามธีมนี้ การแบ่งมุมมองระหว่างฝั่ง global ผ่าน WISE และฝั่ง China ผ่าน DRGN อาจช่วยทำให้ thesis ชัดขึ้นและสอดคล้องกับภาพการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นจริง


FAQ
1) ทำไม AI CapEx ถึงสำคัญต่อนักลงทุน?
เพราะงบลงทุน AI ไม่ได้หนุนแค่บริษัทผู้สร้างโมเดล แต่หนุนทั้งห่วงโซ่ เช่น ชิป หน่วยความจำ เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ และ data centers

2) Themes Generative Artificial Intelligence ETF (WISE) เหมาะกับใคร?
WISE เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ exposure ต่อธีม generative AI ในระดับ global และต้องการเข้าถึงบริษัทหลายส่วนของ AI value chain ผ่านกองทุนเดียว โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียม 0.35% และถือหุ้น 42 บริษัทตาม factsheet ล่าสุด

3) Themes China Generative Artificial Intelligence ETF (DRGN) ต่างจาก WISE อย่างไร?
DRGN เน้น ecosystem AI ของจีนโดยตรง ทั้งฝั่ง AI model, applications, infrastructure และ hardware ขณะที่ WISE ให้น้ำหนักกับ global generative AI opportunity มากกว่า โดย DRGN มีค่าธรรมเนียม 0.39% และถือหุ้น 23 บริษัทตาม factsheet ล่าสุด

4) ความเสี่ยงของการลงทุนในธีม AI ผ่าน ETF เหล่านี้คืออะไร?
ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของหุ้นเทค การกระจุกตัวในธีมเดียว valuation ที่อาจสูง และสำหรับ DRGN ยังมีความเสี่ยงเฉพาะจีนเพิ่มเติม เช่น กฎระเบียบ ตลาดทุน และภูมิรัฐศาสตร์


การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย