สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหลังทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้าจากยุโรปเรื่องกรีนแลนด์
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.6% จากระดับปิดวันก่อนหน้าบริเวณ 4,590 เหรียญ ก่อนขยับขึ้นไปทําจุดสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 4,690 เหรียญ โดยแรงหนุนหลักมาจาก 2 ปัจจัยสําคัญ ประเด็นแรกคือ ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า หลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเตรียม ปรับขึ้นภาษีนําเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป โดยเริ่มต้นที่ระดับ 10% และอาจเพิ่มขึ้นถึง 25% เพื่อหวังเพิ่ม อํานาจต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อหวังควบคุมกรีนแลนด์ ประเด็นที่สอง คือ การที่กองทุนกลับเข้าปิดสถานะ Short Position ในคืนวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดอย่างมีนัยสําคัญ โดยภาพรวมแรงซื้อ หลักยังคงมาจากกองทุนขนาดใหญ่ อาทิ SPDR และกองทุน ETF โดยล่าสุด กองทุนทองคํา SPDR ในวันก่อน หน้าเข้าซื้อทองคําเพิ่ม 10.87 ตัน ปัจจุบันถือครองรวม 1,085.67 ตัน ขณะที่ในเดือนมกราคมซื้อสุทธิ 13.68 ตัน และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงปัจจุบัน ซื้อสุทธิรวม 13.68 ตัน
โดยภาพรวม ตลาดยังคงให้นํ้าหนักกับการถือครอง โลหะมีค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความ ไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้กลุ่มโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นอย่าง รวดเร็ว โดยเฉพาะ Silver ซึ่งตั้งแต่ต้นปีปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 30%
สําหรับวันนี้ ตลาดสหรัฐไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสําคัญ เนื่องจากเป็นวันหยุด Martin Luther King Jr. Day ส่งผลให้ตลาดในช่วงกลางคืนอาจมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง อย่างไรก็ตาม ราคา ทองคํายังอาจเผชิญความผันผวน จากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคําเปิดตลาดด้วยการเกิด Gap พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนปรับตัวขึ้นไปทําจุด สูงสุดใหม่ (All Time High) ที่บริเวณ 4,690 เหรียญ โดยโครงสร้างราคาพบว่า เกิดช่วง Gap ที่กรอบ ราคา 4,600–4,650 เหรียญ ซึ่งถือเป็นแนวรับทางเทคนิคที่สําคัญในระยะสั้น ภาพรวมเชิงเทคนิคยังคง สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากราคาทองคํายังสามารถ รักษาฐานเหนือโซนดังกล่าวได้ มี โอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบ แนวต้านสําคัญบริเวณ 4,700 เหรียญได้ แนะนําให้แบ่งขายทํากําไร เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน และรอทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,620–4,600 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700–4,720 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 68,400 บาท และแนวต้านที่ 69,400 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
