ลุ้น ผลการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ พร้อมจับตา ผลการประชุม FOMC ของเฟด และ BOJ

เผยแพร่ 30/07/2025 09:58
อัพเดท 30/07/2025 09:58
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้โดยรวมเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง และมีแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ทว่า เงินบาทก็เผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าตามจังหวะการปรับตัวลงของราคาทองคำ และความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
  • ควรรอติดตาม แนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ พร้อมรอลุ้น ผลการประชุม FOMC ของเฟด และ BOJ รวมถึง รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และรายงานผลประกอบการหุ้นเทคฯ ใหญ่ สหรัฐฯ 
  • เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูงและจะเผชิญ Two-Way risk (เคลื่อนไหวได้สองทิศทาง) ขึ้นกับการปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดของผู้เล่นในตลาด ซึ่งจะปรับเปลี่ยนไปตาม รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ และแนวโน้มนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในส่วนของค่าเงินบาท แม้เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงได้ ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด  และเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way risk เช่นเดียวกับเงินดอลลาร์ หากราคาทองคำเริ่มรีบาวด์สูงขึ้น หลังปรับตัวลดลงสู่โซนแนวรับ นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม หากไทยสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้ 
  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    32.10-33.00
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯประเด็นสำคัญจะมีอยู่ 4 ประเด็น คือ 1. ผลการประชุม FOMC ของเฟด 2. รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) 3. แนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังถึงกำหนด Deadline 1 สิงหาคม ที่ทางการสหรัฐฯ ให้เวลากับบรรดาประเทศคู่ค้าในการเจรจาข้อตกลงการค้า เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าที่จะถูกเรียกเก็บ และ 4. รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ บรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Meta, Microsoft, Apple (NASDAQ:AAPL) และ Amazon โดยในส่วนการประชุม FOMC ของเฟด นั้น เราประเมินว่า คณะกรรมการ FOMC ส่วนใหญ่ อาจมีมติเห็นชอบให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.25-4.50% เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ให้รอบด้าน ขณะเดียวกันภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ตลาดแรงงานก็ยังคงสดใสอยู่ ทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งรีบลดดอกเบี้ย ทว่า อาจมีคณะกรรมการ FOMC บางท่าน อาทิ Christopher Waller และ Michelle Bowman ที่อาจสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ โดยอาจให้เหตุผลว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณชะลอตัวลงชัดเจน ส่วนนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อาจไม่ได้กระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มากนัก
  • ฝั่งยุโรปผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนกรกฎาคม อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะยาว โดย ECB รวมถึงอัตราการเติบโตเศรษฐกิจยูโรโซน ในไตรมาสที่ 2  โดยหลังรับรู้การประชุม ECB ล่าสุด ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้เล่นในตลาดได้ทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ ECB โดยประเมินว่า ECB มีโอกาสราว 68% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้ จากเดิมที่ผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจว่า ECB จะลดดอกเบี้ยได้
  • ฝั่งเอเชียผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยเราประเมินว่า BOJ อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% เพื่อรอประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทั้งนี้ เรามองว่า BOJ อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 25bps ได้ในการประชุม BOJ เดือนธันวาคม  หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็ยังคงมีแนวโน้มอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2.0% ได้ในระยะกลาง-ยาว นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนมิถุนายน ส่วนในฝั่งจีน ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนกรกฎาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางความหวังว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ อาจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและนำไปสู่ข้อตกลงการค้าได้ในที่สุด     
  • ฝั่งไทยผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามภาวะภาคการผลิตของไทย ผ่านรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) อัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ในเดือนมิถุนายน รวมถึง ดัชนี PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเป็นอีกข้อมูลที่ช่วยสะท้อนถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอื่นๆ ของไทยได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามผลการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมถึง การเจรจาหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ได้ ทั้งนี้ เราหวังว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การเจรจายุติความขัดแย้ง เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    “When the rich wage war it’s the poor who die.”
    By Jean-Paul Sartre, Le Diable et le Bon Dieu

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย