ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
สกุลเงินเยน JPY แข็งค่าขึ้น จากการแถลงของ BOJ ในเมื่อเช้านี้ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 12 ปี
สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น JPY แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 156.7 เยนต่อดอลลาร์ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนรับข่าวความคิดเห็นล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น BOJ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา
ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ 1.01%
ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปี เพิ่มขึ้น 13.75 จุดพื้นฐาน และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 57.60 จุดพื้นฐาน
นายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่ามีความจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการของความคาดหวังในอัตราเงินเฟ้ออีกครั้ง และย้ำว่าการประมาณการอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นให้มีความเป็นกลางอย่างแม่นยำนั้นถือเป็นเรื่องท้าทายของ BOJ ในขณะนี้
ในขณะเดียวกัน รองผู้ว่าการ BOJ ชินิจิ อุชิดะ กล่าวว่าการต่อสู้กับภาวะเงินฝืดใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว และเสริมว่าค่าจ้างมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป
การต่อสู้กับภาวะเงินฝืดในญี่ปุ่นสิ้นสุดลงแล้ว แม้จะมีความท้าทายครั้งใหญ่ในการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ชินิจิ อุชิดะ กล่าวในสุนทรพจน์ เขาเสริมว่าโครงสร้างตลาดแรงงานดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ญี่ปุ่นกล่าวยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ในระหว่างการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G7 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีเมื่อไม่นานมานี้ ไม่สามารถยับยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนได้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตอกย้ำถึงปัญหาที่ผู้กำหนดนโยบายการเงินของญี่ปุ่นต้องเผชิญ ในขณะที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างสมดุลของการสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อการบริโภค ควบคู่ไปกับการรักษาต้นทุนการกู้ยืมให้ต่ำเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม G7 ที่จะร่วมมือกันระมัดระวังไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวนมากเกินไป
ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมาซาโตะ คันดะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันศุกร์ (24 พ.ค.) ว่า ญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการที่เหมาะสมในตลาดทุกเวลา เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของค่าเงินเยน โดยออกคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสที่จะมีการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหม่
"หากเงินเยนผันผวนมากเกินไปซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องดำเนินการ และการทำเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล " นายคันดะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว
นายมาซาโตะ คันดะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันศุกร์ (24 พ.ค.) ว่า ญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการที่เหมาะสมในตลาดทุกเวลา เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของค่าเงินเยน โดยออกคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสที่จะมีการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหม่
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคันดะกล่าวว่า เขาได้ติดต่อกับคู่ค้าในต่างประเทศบ่อยครั้งและอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในสหรัฐในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงตลาดการเงิน
"ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง หากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินมีเสถียรภาพ แต่หากมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนมากเกินไปซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องดำเนินการ และการทำเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล " นายคันดะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว
"เราพร้อมที่จะดำเนินการทุกเมื่อตามความจำเป็นเพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวของค่าเงิน" นายคันดะกล่าวหลังจากเขาและนายชูนิชิ ซูซูกิ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G7 ในวันแรกที่เมืองสเตรซาทางตอนเหนือของอิตาลี
ขณะเดียวกัน นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเข้าร่วมการประชุม G7 ครั้งนี้ ส่งสัญญาณว่าการบริโภคที่ชะลอตัวหรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ พร้อมกับกล่าวว่า ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นที่หดตัวในในไตรมาส 1/2567 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมุมมองของ BOJ ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวในระดับปานกลาง
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวตามการคาดการณ์ของ BOJ
ในเดือนมีนาคม ธนาคารกลางแห่งญี่ปุ่น BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 โดยยุติประสบการณ์สิบเจ็ดปีภายใต้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมไปถึงการยุตินโยบายการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Yield Curve Control และนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เนื่องจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในประเทศยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ เป็นเวลาสองปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนตกอยู่ภายใต้แรงกดดันหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเหลือ 2.2% ในเดือนเมษายน จาก 2.6% ในเดือนมีนาคม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารที่ชะลอตัวลง ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลงเหลือ 2.5% ในเดือนเมษายนจาก 2.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งชะลอตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
จากปัจจัยภายนอกประเทศ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งและรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงนโยบายด้าน Hawkish ไว้นั้น ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐก็ส่งผลกระทบต่อเงินเยนเช่นกัน
สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น JPY แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 156.7 เยนต่อดอลลาร์ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนรับข่าวความคิดเห็นล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น BOJ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา
ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ 1.01%
ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปี เพิ่มขึ้น 13.75 จุดพื้นฐาน และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 57.60 จุดพื้นฐาน
นายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการ BOJ กล่าวว่ามีความจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการของความคาดหวังในอัตราเงินเฟ้ออีกครั้ง และย้ำว่าการประมาณการอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นให้มีความเป็นกลางอย่างแม่นยำนั้นถือเป็นเรื่องท้าทายของ BOJ ในขณะนี้
ในขณะเดียวกัน รองผู้ว่าการ BOJ ชินิจิ อุชิดะ กล่าวว่าการต่อสู้กับภาวะเงินฝืดใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว และเสริมว่าค่าจ้างมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป
การต่อสู้กับภาวะเงินฝืดในญี่ปุ่นสิ้นสุดลงแล้ว แม้จะมีความท้าทายครั้งใหญ่ในการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ชินิจิ อุชิดะ กล่าวในสุนทรพจน์ เขาเสริมว่าโครงสร้างตลาดแรงงานดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ญี่ปุ่นกล่าวยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ในระหว่างการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G7 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีเมื่อไม่นานมานี้ ไม่สามารถยับยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนได้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตอกย้ำถึงปัญหาที่ผู้กำหนดนโยบายการเงินของญี่ปุ่นต้องเผชิญ ในขณะที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างสมดุลของการสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อการบริโภค ควบคู่ไปกับการรักษาต้นทุนการกู้ยืมให้ต่ำเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม G7 ที่จะร่วมมือกันระมัดระวังไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวนมากเกินไป
ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมาซาโตะ คันดะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันศุกร์ (24 พ.ค.) ว่า ญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการที่เหมาะสมในตลาดทุกเวลา เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของค่าเงินเยน โดยออกคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสที่จะมีการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหม่
"หากเงินเยนผันผวนมากเกินไปซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องดำเนินการ และการทำเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล " นายคันดะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว
นายมาซาโตะ คันดะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันศุกร์ (24 พ.ค.) ว่า ญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการที่เหมาะสมในตลาดทุกเวลา เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของค่าเงินเยน โดยออกคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสที่จะมีการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหม่
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคันดะกล่าวว่า เขาได้ติดต่อกับคู่ค้าในต่างประเทศบ่อยครั้งและอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในสหรัฐในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงตลาดการเงิน
"ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง หากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินมีเสถียรภาพ แต่หากมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนมากเกินไปซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องดำเนินการ และการทำเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล " นายคันดะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว
"เราพร้อมที่จะดำเนินการทุกเมื่อตามความจำเป็นเพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวของค่าเงิน" นายคันดะกล่าวหลังจากเขาและนายชูนิชิ ซูซูกิ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G7 ในวันแรกที่เมืองสเตรซาทางตอนเหนือของอิตาลี
ขณะเดียวกัน นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเข้าร่วมการประชุม G7 ครั้งนี้ ส่งสัญญาณว่าการบริโภคที่ชะลอตัวหรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ พร้อมกับกล่าวว่า ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นที่หดตัวในในไตรมาส 1/2567 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมุมมองของ BOJ ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวในระดับปานกลาง
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวตามการคาดการณ์ของ BOJ
ในเดือนมีนาคม ธนาคารกลางแห่งญี่ปุ่น BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 โดยยุติประสบการณ์สิบเจ็ดปีภายใต้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมไปถึงการยุตินโยบายการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Yield Curve Control และนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เนื่องจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในประเทศยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ เป็นเวลาสองปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนตกอยู่ภายใต้แรงกดดันหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเหลือ 2.2% ในเดือนเมษายน จาก 2.6% ในเดือนมีนาคม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารที่ชะลอตัวลง ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลงเหลือ 2.5% ในเดือนเมษายนจาก 2.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งชะลอตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
จากปัจจัยภายนอกประเทศ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งและรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงนโยบายด้าน Hawkish ไว้นั้น ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐก็ส่งผลกระทบต่อเงินเยนเช่นกัน
