ทำไมราคาทองคำถึงปรับตัวขึ้นได้ในคืนวันศุกร์ ทั้งๆที่ตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด

เผยแพร่ 07/11/2022 07:34

บทวิเคราะห์ว่า...ทำไมราคาทองคำถึงปรับตัวขึ้นได้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งๆที่ตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด!!!

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาในเวลา 19:30 ได้มีการประกาศตัวเลขที่สำคัญมากๆนะครับ นั่นคือจะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ หรือ Non-Farm Payrolls ออกมา พร้อมๆกับอัตราการว่างงาน และตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขตลาดแรงงานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวเลขที่เฟดให้ความสนใจเป็นพิเศษ และบ่งชี้ถึงทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

การประกาศตัวเลขในครั้งนี้จะค่อนข้างมีความซับซ้อนเป็นพิเศษนะครับ โดยเราจะจับตาแค่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องจับตาตัวเลขอัตราการว่างงานและรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงกันด้วยนะครับ เนื่องจากเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นเราจะต้องจับตาตัวเลขกันทั้งหมด 4 ตัวดังนี้ครับ

1. รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเมื่อเทียบเดือนต่อเดือน

2. รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเมื่อเทียบปีต่อปี

3. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

4. อัตราการว่างงาน

เนื่องจากเราต้องพิจารณาตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเข้ามาร่วมด้วยนั่นเอง เลยทำให้การวิเคราะห์การประกาศตัวเลขในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นจะมีความซับซ้อนมากครับ เนื่องจากตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงหรือที่เรียกกันว่าตัวเลขค่าจ้างนั้นสามารถบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อในอนาคตได้อย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่เฟดจะให้ความสนใจมากเช่นกัน

และผลปรากฏว่า...ตัวเลขทั้งหมดออกมาดังนี้ครับ

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง แต่น้อยกว่าตัวเลขในครั้งก่อนที่ตัวเลขการจ้างงานอยู่ที่ 315,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.6% และเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจากระดับ 3.5% ในเดือนก.ย.

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 315,000 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากเดิมจากที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 263,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนส.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 292,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดิมจากที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 315,000 ตำแหน่ง

กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 233,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 28,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานดีดตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.3% และมากกว่าตัวเลขในครั้งก่อนที่ 0.3%

และตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งออกมาสอดคล้องกับคาดการณ์ที่ 4.7% และน้อยกว่าครั้งก่อนที่ 5.0%

ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 62.2%

สรุปตัวเลขทั้ง 4 ตัวที่เราจับตากันนะครับ ตัวเลขทั้งหมดออกมาในทิศทางที่ขัดแย้งกันครับ

1. รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเมื่อเทียบเดือนต่อเดือน

ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ และสูงกว่าครั้งก่อน

2. รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเมื่อเทียบปีต่อปี

ออกมาตามคาดการณ์ แต่ลดลงจากครั้งก่อน

3. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ แต่ลดลงจากครั้งก่อน

4. อัตราการว่างงาน

ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ และสูงกว่าครั้งก่อนอย่างน่าตกใจ!!!

ถ้าเรายึดตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์เป็นเกณฑ์ เราจะเห็นได้ว่า ตัวเลขออกมาดีกว่าคาดการณ์ 2 ตัว ตามคาด 1 ตัว และแย่กว่าคาดการณ์อย่างมาก 1 ตัว

และตัวเลขที่ออกมาแย่กว่าคาดการณ์เป็นอย่างมาก ดันเป็นตัวเลขสำคัญอย่างอัตราการว่างงาน!!!

และถ้าเรายึดตัวเลขในครั้งก่อนเป็นเกณฑ์ เราจะเห็นได้ว่า ตัวเลขออกมาดีกว่าครั้งก่อนแค่ 1 ตัวเท่านั้น ส่วนอีก 3 ตัวที่เหลือออกมาแย่กว่าครั้งก่อนทั้งหมด

นี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำมีการปรับตัวร่วงลงจากระดับ 1,652$ ลงมาสู่ระดับ 1,641$ ก่อนที่จะมีการดีดกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปิดตลาดที่ระดับ 1,680$

แต่ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำมีการพุ่งขึ้นไปได้ถึงขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะตัวเลขของสหรัฐออกมาแย่นะครับ!!!

ถ้านักลงทุนมองว่าตัวเลขการจ้างงานในครั้งนี้ออกมาแย่จริงๆ Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปีจะต้องร่วงลงเรื่อยๆครับ จะไม่มีการฟื้นกลับขึ้นมาแบบนี้

เราสังเกตได้จากกราฟของ US10Y ได้เลยครับ ที่มีการย่อลงตัวลงไปก่อนจากอัตราการว่างงานที่ออกมาสูงขึ้น แต่สุดท้ายก็มีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้จากการที่ตัวเลขการจ้างงานยังคงถือว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ และตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงยังคงบ่งชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐยังคงสูงอยู่

และตลาดกำลังตีความว่า...ตลาดแรงงานนั้นยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ และเงินเฟ้ออาจจะยังไม่ลดลงง่ายๆในอนาคต ซึ่งจะหมายความได้ว่า...โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 0.75% ในการประชุมในเดือนหน้ายังคงมีความเป็นไปได้อยู่นะครับ!!!

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาสูงกว่าคาดการณ์ที่ 200k เป็นอย่างมาก เนื่องจากตัวเลขออกมาที่ 261k รวมทั้งตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเมื่อเทียบเดือนต่อเดือนนั้นออกมาที่ 0.4% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 0.3% อีกด้วย ตลาดจะตีความว่า...ตัวเลขตลาดแรงงานออกมาแข็งแกร่ง และเศรษฐกิจสหรัฐยังคงดีอยู่ ทำให้บริษัทต่างๆมีกำไรจากการประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้น ทำให้มีกำลังในการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงมีกำลังในการขึ้นค่าจ้างให้กับพนักงานมากขึ้นในภาวะที่ค่าครองชีพสูงจากภาวะเงินเฟ้อสูงในขณะนี้ และการที่พนักงานได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น ดังนั้นต่อให้ราคาสินค้าจะยังคงแพงขึ้น แต่พนักงานเหล่านี้ก็ยังมีกำลังซื้อที่จะซื้อสินค้าในราคาแพงได้อยู่ และตราบใดที่สินค้าในราคาแพงยังคงขายได้เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อสินค้าในราคาแพงจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาสินค้าก็จะยังคงสูงอยู่ต่อไป และมีแนวโน้มที่จะลดลงได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นข้อบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงไม่ลดลงง่ายๆเช่นกัน และเงินเฟ้อยังมีโอกาสสูงขึ้นอีกด้วย ตลาดอาจมองว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นในอนาคตเพื่อจัดการปัญหาเงินเฟ้อ โดยที่ไม่ต้องกังวลกับตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอยู่ในขนาดนี้ ถึงแม้อัตราการว่างงานจะออกมาสูงขึ้นจากการที่บริษัทต่างๆเริ่มลดขนาดตัวเองลงจากความเสี่ยงในด้านภาวะเศรษฐกิจถดถอย จึงส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ได้มีการปลดพนักงานมากขึ้น และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตัวเลขอัตราการว่างงานนั้นออกมาสูงขึ้นนั่นเอง

และถ้านักลงทุนมองว่าตัวเลขการจ้างงานในครั้งนี้ออกมาแย่จริงๆ ตลาดหุ้นสหรัฐจะต้องมีการปรับตัวขึ้นเรื่อยๆครับ จะไม่มีการร่วงลงกลับมาที่เดิมแบบนี้

และตลาดหุ้นได้ร่วงลงจากการฟื้นตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปีครับ

การปรับตัวขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยจำนองของสหรัฐ จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดน้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจ่ายเงินกู้จำนองเพิ่มมากขึ้น และบริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน จึงได้ส่งผลให้ราคาหุ้นรายตัวของแต่ละบริษัทมีการปรับตัวลง และฉุดตลาดหุ้นสหรัฐให้มีการปรับตัวลงเช่นกัน

ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะกลับมาปิดบวกในภายหลังตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีนฟิวเจอร์สอย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังที่ว่าจีนจะทำการเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ภายในประเทศอีกครั้ง

แล้วทำไมราคาทองคำถึงได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีการย่อตัวลงมาเลย

คำตอบง่ายๆคือ...ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ DXY โดนกดดันอย่างหนักจาก 4 ปัจจัยครับ

1. การพุ่งขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา CAD ที่กดดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ DXY อย่างหนัก จากการที่ในตอน 19:30 ทางแคนาดานั้นได้มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานออกมาเช่นกัน

ตัวเลขการจ้างงานของแคนาดาออกมาดีมากๆเลยครับ เพราะตัวเลขออกมาสูงถึง 108.3k มากกว่าตัวเลขในครั้งก่อนที่ออกมา 21.1k ถึง 5 เท่า!!!

และยังออกมาสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 10.0k ถึง 11 เท่า!!!

ในขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานของแคนาดาออกมาที่ 5.2% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 5.3% และยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกันกับครั้งก่อนที่ 5.2%

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทั้งตัวเลขการจ้างงานและอัตราการว่างงานของแคนาดาออกมาสอดคล้องกัน และออกมาดีทั้งคู่

จึงส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แคนาดามีการพุ่งขึ้นเป็นอย่างมาก กดดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ DXY ให้ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง

2. ตลาดหุ้นจีนฟิวเจอร์สยังคงมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความหวังในการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ภายในประเทศของจีน จึงส่งผลให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ USD ไปเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นอีกครั้ง

3. สกุลเงินหยวน CNY ยังคงมีการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีน เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ DXY ให้ร่วงลง

และการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นจีนฟิวเจอร์สรวมทั้งการแข็งค่าขึ้นอย่างมากของสกุลเงินหยวน CNY ก็เป็นปัจจัยที่หนุนราคาทองคำโดยตรงนั่นเอง จากการที่จีนเป็นประเทศผู้นำเข้าทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกนั่นเอง

4. มีคณะกรรมการเฟด 3 ท่านออกมากล่าวในช่วง 21:00 และ 02:00 ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนางซูซาน คอลลินส์ และนายโทมัส บาร์กิ้นในเวลา 21:00 และปิดท้ายด้วยคำกล่าวของนายชาร์ลส์ อีแวนส์ในช่วง 02:00 ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 3 ท่านยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในเรื่องนโยบายทางการเงินและการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าของเฟด จากตัวเลขในตลาดแรงงานทั้ง 4 ตัวที่ได้ออกมาขัดแย้งกันดังที่ได้กล่าวไปแล้ว จึงเป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ DXY ให้มีการร่วงลง

และเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้มีการพุ่งขึ้นไปจนถึงระดับ 1,680$ ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

แต่ราคาทองคำมีโอกาสร่วงลงในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์สูงมากนะครับ ซึ่งไปติดตามอ่านกันได้ในบทวิเคราะห์ถัดไปเลยนะครับ อยากให้ได้อ่านกันทุกท่าน ว่าเพราะอะไรราคาทองคำถึงมีโอกาสร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้!!!

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย