ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐในคืนนี้

เผยแพร่ 02/09/2022 18:40

เรามาดูเคลื่อนไหวของตลาดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาในวันนี้กันครับ ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอคอยการเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญ ก่อนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,755.60 จุด เพิ่มขึ้น 94.13 จุด หรือ +0.34% ก่อนพลิกมาลบ 35.09 จุด หรือ -0.13% สู่ระดับ 27,626.38 หลังเปิดตลาดได้เพียง 15 นาที, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 19,572.47 จุด ลดลง 24.84 จุด หรือ -0.13% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,189.64 จุด เพิ่มขึ้น 4.66 จุด หรือ +0.15%

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลง โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากการที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุก

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวก เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าช้อนซื้อหุ้นหลังจากตลาดปิดลบเมื่อวานนี้ แต่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่เพื่อสกัดโควิด-19 ในจีน รวมถึงรายงานที่บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนชะลอตัวลงในเดือนส.ค.

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน และการออกมาตรการล็อกดาวน์เมืองต่าง ๆ

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นในระดับชะลอตัวกว่าที่คาดที่ 5.7% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ นักวิเคราะห์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้น 6.1%

นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของดาวน์โจนส์คาดการณ์ว่า การจ้างงานของสหรัฐปรับตัวขึ้น 318,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ลดลงจาก 528,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดการณ์ว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 3.5%

ในขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จะหารือเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 5 ก.ย.นี้

ณ เวลา 08.31 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค.ดีดตัวขึ้น 1.13 ดอลลาร์ หรือ 1.30% แตะที่ระดับ 87.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมัน WTI ฟื้นตัวขึ้นหลังจากปิดตลาดร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการ อันเนื่องมาจากความกังวลว่า การที่จีนล็อกดาวน์เมืองสำคัญเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
โอเปกพลัสจะจัดการประชุมในวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.นี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า โอเปกพลัสจะปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาดโลก

เจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า กลุ่มโอเปกพลัสมีความมุ่งมั่น ความยืดหยุ่น และแนวทางในการรับมือกับความท้าทาย ซึ่งรวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันได้ทุกเวลา และในรูปแบบที่แตกต่างกัน

ส่วนการประชุมโอเปกพลัสครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมมีมติเพิ่มกำลังการผลิตเพียง 100,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนก.ย. ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มกำลังการผลิต 648,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ค.และส.ค. ขณะที่เดือนมิ.ย.มีการเพิ่มกำลังการผลิต 432,000 บาร์เรล/วัน

สกุลเงินเยนร่วงลงอย่างหนักเทียบดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากตลาดกังวลเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยแรงเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อต่อเนื่องอีกระยะ หลังข้อมูลภาคการผลิตยังแข็งแกร่ง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ณ เที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 140.13-140.14 เยน เทียบกับ 140.15-140.25 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 139.28-139.29 เยนที่ตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น.ของเมื่อวานนี้

ยูโรเคลื่อนไหวที่ 0.9958-0.9959 ดอลลาร์ และ 139.51-139.58 เยนเทียบกับ 0.9941-0.9951 ดอลลาร์ และ 139.37-139.47 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 1.0029-1.0031 ดอลลาร์และ 139.69-139.73 เยนที่ตลาดโตเกียวช่วงเย็นเมื่อวานนี้

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ ก่อนการเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญ ก่อนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 27,604.37 จุด ลดลง 57.10 จุด หรือ -0.21%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 19,475.78 จุด ลดลง 121.53 จุด หรือ -0.62% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,193.90 จุด เพิ่มขึ้น 8.92 จุด หรือ +0.28%

นักลงทุนต่างจับตาข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐที่จะเผยแพร่ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจของดาวน์โจนส์คาดการณ์ว่า การจ้างงานของสหรัฐปรับตัวขึ้น 318,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่พุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่ง และคาดการณ์ว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 3.5%

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นักลงทุนอาจกังวลหากตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง เพราะจะเป็นการสนับสนุนให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์แข็งค่ายิ่งขึ้น และจุดชนวนการเทขายพันธบัตร

ตลาดฟิวเจอร์คาดการณ์ว่ามีโอกาสมากถึง 75% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมนโยบายประจำเดือนก.ย. เทียบกับความเป็นไปได้ที่ 69% ในวันก่อนหน้า

นครเฉิงตู ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนประกาศล็อกดาวน์ประชาชน 21.2 ล้านคนเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่ เซินเจิ้น ศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนก็ออกมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมฉบับใหม่เช่นเดียวกัน หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น

นักวิเคราะห์ของบริษัทโนมูระแสดงความวิตกกังวลว่า พื้นที่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนเริ่มเปลี่ยนจากเขตชนบทและเมืองเล็ก ๆ สู่เมืองใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศมากกว่า

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดฟื้นตัวขึ้นในวันนี้หลังปรับตัวลง 5 วันติดต่อกัน แต่ยังมีแนวโน้มร่วงลงเกือบ 4% ในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตพลังงาน ข้อมูลเงินเฟ้อที่ระดับสูง และการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในสัปดาห์หน้า

ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 408.89 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด หรือ +0.30%

ส่วนดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 6,075.73 จุด เพิ่มขึ้น 41.42 จุด หรือ +0.69% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ระดับ 12,768.44 จุด เพิ่มขึ้น 138.21 จุด หรือ +1.09%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า เครดิตสวิส ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของสวิตเซอร์แลนด์ กำลังพิจารณาที่จะปลดพนักงานประมาณ 5,000 ตำแหน่งหรือราว 1 ใน 10 ตำแหน่ง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน

ทั้งนี้ แนวโน้มการปลดพนักงานดังกล่าวได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายที่เครดิตสวิสและนายอุลริช คอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่กำลังเผชิญอยู่ โดยนายคอร์เนอร์พยายามที่จะพลิกฟื้นองค์กรหลังจากได้รับผลกระทบจากข่าวอื้อฉาวต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม เครดิตสวิสปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ โดยระบุย้ำแต่เพียงว่า ธนาคารจะแถลงเกี่ยวกับการทบทวนกลยุทธ์พร้อมกับการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2565 พร้อมทั้งระบุด้วยว่า รายงานข่าวที่มีการนำเสนอนั้นเป็นเพียงการคาดคะเน

ก่อนหน้านี้ เครดิตสวิสประกาศว่าจะลดต้นทุนให้เหลือต่ำกว่า 1.55 หมื่นล้านฟรังก์สวิส (1.58 หมื่นล้านดอลลาร์) ในระยะกลาง เทียบกับต้นทุนรายปีที่ 1.68 หมื่นล้านฟรังก์สวิสในปีนี้ แต่จนถึงขณะนี้ธนาคารยังไม่เคยเปิดเผยเกี่ยวกับแผนการปลดพนักงาน

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (2 ก.ย.) ว่า ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีปรับตัวลดลงในเดือนก.ค. เนื่องจากยอดการส่งออกลดลงมากกว่ายอดนำเข้า

รายงานระบุว่า เมื่อปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีแตะที่ 5.4 พันล้านยูโร (5.37 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนก.ค. ซึ่งลดลงจากยอดเกินดุลการค้าของเดือนมิ.ย. ที่ 6.2 พันล้านยูโร

ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะแตะ 5.6 พันล้านยูโรในเดือนก.ค.

ยอดส่งออกเดือนก.ค. ของเยอรมนีลดลง 2.1% เมื่อเทียบรายเดือน แตะที่ 1.313 แสนล้านยูโร ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 1.5% แตะ 1.259 แสนล้านยูโร

ขณะเดียวกัน ยอดการค้าของเยอรมันกับรัสเซียปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยยอดส่งออกจากเยอรมนีไปยังรัสเซียลดลง 15.1% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และยอดนำเข้าลดลง 17.4%

ทั้งนี้ ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีหดตัวลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนกำลังลง ส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกจากภาคการผลิต อีกทั้ง ต้นทุนนำเข้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่วิกฤตสงครามในยูเครนเปิดฉากขึ้น เนื่องจากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น

นายดมิทรี ตูลิน รองประธานธนาคารกลางรัสเซียเปิดเผยในวันนี้ (2 ก.ย.) ว่า ธนาคารพาณิชย์ของรัสเซียประสบปัญหาขาดทุนรวมกัน 1.5 ล้านล้านรูเบิล (2.495 หมื่นล้านดอลลาร์) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565

ทั้งนี้ นายตูลินระบุว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของเม็ดเงินที่เสียไปนั้นเกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านเงินตราต่างประเทศ

นายตูลินเสริมว่า มีโอกาสมากกว่า 50% ที่การขาดทุนตลอดทั้งปีจะไม่ทะลุระดับ 1.5 ล้านล้านรูเบิลจากช่วงครึ่งปีแรก

รายงานระบุว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางรัสเซียได้ออกมาเปิดเผยผลประกอบการของภาคธนาคาร นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

วอลโว่ คาร์ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดนแถลงว่า ยอดขาดรถยนต์ของบริษัทในเดือนส.ค. ร่วงลง 4.6% แตะที่ 43,666 คัน เมื่อเทียบเป็นรายปี

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยถ้อยแถลงของวอลโว่ว่า อุปสงค์รถยนต์ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน รวมถึง ปัญหาขาดแคลนพลังงาน และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากความวิตกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง แต่ตลาดปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานของสหรัฐในคืนนี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 27,650.84 จุด ลดลง 10.63 จุด หรือ -0.04%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้

ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 6,828.70 จุด ลดลง 16.90 จุด หรือ -0.25% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 7,056.30 จุด ลดลง 23.60 จุด หรือ -0.33%

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ในวันนี้ โดยคาดว่าหากตัวเลขดังกล่าวออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ ก็จะส่งผลให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ในสัปดาห์หน้า ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า RBA จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง 2.2% ในวันนี้ หลังจากราคาแร่เหล็กและโลหะพื้นฐานปรับตัวลง เนื่องจากอุปสงค์ในจีนชะลอตัวลง

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดตลาดในแดนลบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันนี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยแรง และสกุลเงินวอนที่อ่อนค่า โดยสกุลเงินวอนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดวันนี้ที่ 2,409.41 จุด ลดลง 6.2 จุด หรือ -0.26%

หุ้นพอสโค โฮลดิงส์ร่วงลง 2.77%, หุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลง 1.54% และหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ลดลง 0.76%

สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 5.7% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 6.3% ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.1%

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่ดัชนี CPI ของเกาหลีใต้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบรายปี เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของเกาหลีใต้อาจแตะจุดสูงสุดไปแล้ว

ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี CPI เดือนส.ค.ปรับตัวลง 0.1% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3%

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากจีนสั่งล็อกดาวน์พื้นที่หลายแห่งในเมืองสำคัญ ซึ่งรวมถึงเมืองเซินเจิ้น

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,186.48 จุด เพิ่มขึ้น 1.50 จุด หรือ +0.05%

เมืองกวางโจวซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนประกาศใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับเมืองเซินเจิ้นที่สั่งควบคุมพื้นที่หลายส่วนเพื่อสกัดการแพร่ระบาด ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนในเมืองทั้งสองแห่งซึ่งถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญที่สุดของจีน

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกวางโจวได้สั่งให้พื้นที่บางส่วนระงับกิจกรรมด้านความบันเทิงภายในอาคาร และสั่งห้ามการรับประทานอาหารภายในร้าน ส่วนในเมืองเซินเจิ้นนั้น เขตต่าง ๆ อย่างน้อย 4 เขตซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 9 ล้านคนได้ถูกสั่งให้ปิดธุรกิจด้านความบันเทิงและสั่งระงับการรับประทานอาหารภายในร้านเช่นกัน

นอกจากนี้ เมืองเฉิงตูได้สั่งล็อกดาวน์หลายพื้นที่ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่เข้ามาตั้งธุรกิจในเมืองแห่งนี้ ซึ่งรวมถึงโตโยต้า มอเตอร์ และฟ็อกซ์คอน์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไอโฟนให้กับบริษัทแอปเปิล อิงค์

จีนสั่งขยายเวลาจำกัดการทำกิจกรรมในที่สาธาณะ การรับประทานอาหารนอกบ้าน และการให้บริการของสถานบันเทิงในพื้นที่บางเขตของเมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน เพื่อพยายามควบคุมการพุ่งขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เขตฝูเถียนและหลงหัวในเมืองเซินเจิ้นต้องเผชิญกับมาตรการจำกัดการทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. โดยทั้ง 2 เขตเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจและเป็นที่ตั้งสาขาใหญ่ของฟ็อกซ์คอนน์ บริษัทผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายสำคัญ ขณะที่ ประชาชนตามเขตต่าง ๆ ทั่วเมืองเซินเจิ้นได้รับคำแนะนำให้ทำงานที่บ้าน

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (1 ก.ย.) เจ้าหน้าที่พยายามสยบกระแสข่าวลือว่า ประชาชนเกือบ 18 ล้านคนในเมืองเซินเจิ้นจะเผชิญกับการล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบเช่นที่เคยเกิดขึ้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ในเดือนมี.ค. โดยทางการเซินเจิ้นแจ้งให้ประชาชนเบาใจว่า พวกเขาสามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ หากมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายในเวลา 24 ชั่วโมง

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสั่งปิดสำนักงานและโรงงานให้ได้มากที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการผลิต

เมืองเซินเจิ้นตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนรายใหม่จำนวน 87 รายเมื่อวานนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 62 รายในวันก่อนหน้า โดยในจำนวนนี้ 8 รายอยู่นอกพื้นที่กักตัว

นายฟ่าง ซิงไห่ รองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) เปิดเผยในวันนี้ว่า จีนจะดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีกับสหรัฐ และจะเพิ่มการสื่อสารที่ชัดเจนกับบรรดานักลงทุนสถาบันต่างชาติ

นายซิงไห่ยังกล่าวด้วยว่า CSRC จะดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกง เพื่อขยายโครงการ China-Hong Kong Stock Connect ด้วยการอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ สามารถนำหุ้นเข้าซื้อขายได้มากขึ้นภายใต้โครงการดังกล่าว

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา จีนและสหรัฐมีความคืบหน้าครั้งสำคัญในการยุติข้อพิพาทที่จะนำไปสู่การปลดบริษัทของจีนซึ่งรวมถึงอาลีบาบาออกจากการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงซึ่งจะอนุญาตให้ทางการสหรัฐสามารถตรวจสอบบรรดาบริษัททำบัญชีในจีนและฮ่องกง

ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ใช้เวลามานานกว่า 10 ปีในการเรียกร้องขอดูเอกสารการตรวจสอบบัญชีของของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ แต่จีนปฏิเสธที่จะอนุญาตให้หน่วยงานกำกับดูแลของต่างชาติเข้าตรวจสอบบริษัททำบัญชี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐในประเด็นไต้หวัน และยังช่วยบรรเทาแรงกดดันให้กับบริษัทจีน นักลงทุน และตลาดหุ้นสหรัฐ โดยหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ก็จะทำให้บริษัทจีนราว 200 แห่งถูกปลดออกจากการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่ง SEC ระบุก่อนหน้านี้ว่า อาลีบาบา กรุ๊ป, เจดีดอทคอม และนีโอ อิงค์ เป็น 3 บริษัทจีนที่มีความเสี่ยงจะถูกปลดออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ

การรถไฟจีนเปิดเผยว่า ยอดการเดินทางโดยรถไฟของจีนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ในฤดูร้อนที่ปกติแล้วเป็นช่วงที่มีการเดินทางอย่างคับคั่ง เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนเดินทางน้อยลง รวมถึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

รายงานระบุว่า ยอดการเดินทางผ่านเครือข่ายรถไฟจีนอยู่ที่ 440 ล้านครั้งในระหว่างวันที่ 1 ก.ค. -31 ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2557

ยอดการเดินทางดังกล่าวลดลง 4.8% จาก 462 ล้านครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 และลดลง 3.5% จาก 456 ล้านครั้งของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฤดูร้อนเป็นฤดูกาลที่การคมนาคมขนส่งมีความคับคั่งที่สุดช่วงหนึ่งของจีน เนื่องจากครอบครัวและนักศึกษานิยมเดินทางท่องเที่ยวและกลับบ้าน แต่การบังคับใช้มาตรการสกัดโควิด-19 ในเมืองต่าง ๆ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้แผนการเดินทางต้องหยุดชะงัก

เมื่อช่วงต้นเดือนส.ค. ซานย่า ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศทางตอนใต้ของจีน ได้ประกาศล็อกดาวน์และจำกัดเส้นทางคมนาคมขนส่ง เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นหลังนักท่องเที่ยวประมาณ 80,000 คนแห่เดินทางเที่ยวเมืองดังกล่าว

นอกจากนี้ เมืองกวางโจวและเมืองเซินเจิ้น ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในวันพุธ (31 ส.ค.) ที่ผ่านมา โดยทั้งสองเมืองรวมกันมีผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น 5.89 ล้านล้านหยวน (8.5331 แสนล้านดอลลาร์) หรือประมาณครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลดลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 19,452.09 จุด ลดลง 145.22 จุด หรือ -0.74%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยหากตัวเลขจ้างงานออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค.ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเพียง 300,000 ตำแหน่ง หลังจากที่พุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์จากเวลส์ ฟาร์โก คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 375,000 ตำแหน่ง และนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 350,000 ตำแหน่ง

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย