สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดขณะที่ Nvidia ลดกำไรหลังประกาศผลประกอบการ
“ต่อให้มนุษย์จะเก่งกาจแค่ไหน หากต้องเจอสภาวะอากาศที่ย่ำแย่ก็ไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้นอกจากรับกรรม” บิล โบเวอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไนกี้เคยกล่าวเอาไว้
คำพูดนี้อาจจะเป็นความจริงสำหรับนักลงทุนในตลาดก๊าซธรรมชาติ ในเมื่อคิดกลยุทธ์ ศึกษาความเป็นไปได้ทุกอย่างมีดีหมดแล้ว แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เป็นใจ พวกเขายังจะสามารถทำอะไรได้อีก?

ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมคงบอกได้เพียงว่าสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้เพื่อต่อกรกับพลังธรรมชาติคงมีเพียงการตั้งรับให้เหนียวแน่นที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือสิ่งที่ทำใจยากมากทั้งในแง่การควบคุมระบบและการควบคุมจิตใจ สำหรับคนที่ไม่เคยลงทุนในก๊าซธรรมชาติ ผมขออธิบายสั้นๆ ว่าหากอยากจะเป็นนักลงทุนในตลาดนี้ที่เก่ง คุณจำเป็นต้องมีทักษะการเป็นนักพยากรณ์อากาศอยู่พอสมควร เพื่อที่คุณจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าในแต่ละสัปดาห์จะมีปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติเท่าไหร่ สภาพอากาศที่เย็นลงหรืออุ่นขึ้นมีผลต่อปริมาณการใช้งานก๊าซธรรมชาติที่ถูกเก็บเอาไว้ในคลัง
ดราม่าที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดก๊าซธรรมชาติของอเมริกาตอนนี้เกิดมาจากการพยากรณ์อากาศที่ผิดพลาด ในตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่าอากาศในเดือนเมษายนจะมีระดับอยู่ที่ 50 องศาฟาเรนไฮต์ แต่สภาพอากาศที่ผิดเพี้ยนไปทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นมา $3 ต่อล้านบีทียู ครั้งสุดท้ายที่ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติบน New York Mercantile Exchange’s Henry Hub ปรับตัวขึ้นมาได้มากขนาดนี้ต้องย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคมปี 2018
ความรับผิดชอบนี้ส่วนหนึ่งต้องโทษไปที่สำนักบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐอเมริกา (EIA) พวกเขาคาดการณ์ว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังรายสัปดาห์ในช่วงสามถึงห้าสัปดาห์นี้จะเพิ่มขึ้นเพราะจะมีปริมาณก๊าซเข้ามาในคลังเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์จึงคาดการณ์กันว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 64 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (bcf) เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีการนำเข้า 15 พันล้านลูกบาศก์ฟุต
ราคาก๊าซธรรมชาติที่จะส่งมอบล่วงหน้าในเดือนกรกฎาคมได้มีการปรับตัวลดลง 3 เซนต์ คิดเป็น 2,938 ล้านบีทียูหรือ 1% ในวันพุธ แต่หากเทียบราคาส่งมอบตั้งแต่ต้นสัปดาห์มาจนถึงปัจจุบันจะพบว่าราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ 0.4% เพิ่มขึ้นจาก 12.7% ในเดือนเมษายนและถือเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ปรับตัวขึ้นมา 33%
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเห็นว่ามีโอกาสที่ราคาก๊าซธรรมชาติจะปรับตัวขึ้นได้อีกในอนาคตอันใกล้ ภาพรวมจากการวิเคราะห์รายวันของกราฟส่งมอบในเดือนกรกฎาคมด้วยการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ได้คำแนะนำว่า “ขาขึ้นรุนแรง” โดยมีแนวต้านแรกตามเครื่องมือ Fibonacci อยู่ที่ $2.980, $2.998 และ $3.03 ตามลำดับ
นักวิเคราะห์จาก Gelber & Associates ได้ออกมาเตือนลูกค้าของบริษัทว่าให้ระวังการสร้างเซอร์ไพรส์จากรายงานของ EIA และผลกระทบที่จะมีต่อตลาดก๊าซธรรมชาติในอนาคตให้ดี
“โปรดจับตาดูสถานการณ์ของปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลัง มีความเป็นไปได้ที่ปริมาณนำเข้าอาจลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบห้าปีเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนเกิดกว่าคำพยากรณ์ นับตั้งแต่สัปดาห์นี้ไปจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม อาจจะมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 100 พันล้านลูกบาศก์ฟุต”
ข้อมูลจาก Refinitiv ระบุว่าสัปดาห์ก่อนสามารถวัด ‘อุณหภูมิความร้อนสะสม’ (HDD) ออกมาได้ที่ 46 HDD เทียบกับ 54 HDD ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปี โดยปกติแล้ว HDD ถือเป็นมาตรวัดที่เอาไว้วัดความต้องการความอบอุ่นภายในบ้านและเอาไว้ใช้วัดค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในแต่ละวันว่าอยู่ต่ำว่า 65 องศาฟาเรนไฮต์ (18 องศาเซลเซียส) หรือไม่
อีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าจึงสามารถขึ้นมาวิ่งใกล้กับ $3 ได้เพราะปริมาณก๊าซธรรมชาติสะสมที่อยู่ในคลังตอนนี้มีตัวเลขอยู่ที่ 1.96 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยในรอบห้าปี 3% และต่ำกว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังสะสมของปีที่แล้ว 15%
กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติรายวันโดยเฉลี่ยก็ลดลง ล่าสุดที่วัดได้พบว่ามีการผลิตรายวันอยู่ที่ 90.6 พันล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบกับของเดือนมีนาคมที่สามารถผลิตได้ 90.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ถูกส่งไปแปลงเป็นของเหลว (LNG) เพื่อส่งออกในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็น 11.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
นักวิเคราะห์จาก Gelber & Associates ประเมินว่าอาจมีการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเร็วๆ นี้ พวกเขาให้เหตุผลว่า
“แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ใน Haynesville 45 แท่น, Marcellus 29 แท่น และ Utica 10 แท่น กำลังฟื้นตัวกลับมาเปิดใช้งานอย่างรวดเร็วหลังจากปิดการใช้งานไปเพราะวิกฤตโควิด ครั้งสุดท้ายที่เห็นแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติถูกเปิดใช้งานอย่างมหาศาลต้องย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปี 2020 กระแสการกลับมาของการเปิดใช้แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ อาจดึงดูดให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว หันมาลงทุนขุดก๊าซธรรมชาตืเพิ่มขึ้น”
