ราคา Bitcoin วันนี้: ทรงตัวเหนือ $66,000 ท่ามกลางความตึงเครียดอิหร่านและข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
What surprised us: การขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยที่ไม่ได้มีรายการ Big lot ที่มีนัยสําคัญแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยอดการขายสุทธิวานนี้ถือเป็นยอดสูงสุดอันดับ 2 ในเอเชียรองจากไต้หวันเท่านั้น นอกจากนั้นในตลาดล่วงหน้า นักลงทุนกลุ่มนี้ยัง Short สุทธ์ SET50 Index futures ไปอีก 7.3 หมื่นสัญญา โดยเป็นการเปิดสถานะใหม่ส่วนใหญ่อีกด้วย
What did not: แรงขายที่ปรากฏออกมาอย่างหนักในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการ ระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหุ้น Domestic play อย่างกลุ่มธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ ไฟแนนซ์ ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจาก ก่าลังซื้อที่ลดลง หรือกลุ่ม Tourism เช่น โรงแรมและสนามบิน ที่ได้รับผลกระทบ จากการเปิดประเทศที่มีแนวโน้มล่าช้าออกไป ซึ่งกลุ่มหุ้นเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เรา ไม่ได้แนะน่าถือครองในช่วงนี้อยู่แล้ว นอกจากนั้น การขายสุทธิอย่างมาก ของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ทําให้เรายังคงเห็นปรากฏการณ์เดิมที่ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง นั้นก็คือการปรับตัว Outperform ของหุ้นขนาด กลาง-เล็กต่อไป
No yellow flag elsewhere: นอกเหนือจากการขายสุทธิ 1 หมื่นล้านบาทใน ตลาดหุ้นไทยวานนี้ เราไม่พบความผิดปกติในสัญญาณ Fund flow อื่นแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นยอดสุทธิในตลาดตราสารหนี้ที่นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิไป 1.8 พัน ล้านบาท และการปรับตัวของเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับสกุล เงินเอเชียอื่นในวันเดียวกัน
Buy on dip: ด้วยเหตุนี้ มองการปรับลงมาของดัชนี SETจนล่าสุดอยู่ที่บริเวณ แนวรับของเรา 1550 จุด ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสําหรับการเพิ่มน้ําหนักการ ลงทุนในหุ้น โดย 6 ปัจจัยสนับสนุนอื่นของเราที่ไม่ใช่ปัจจัยนักลงทุน ต่างชาติยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัจจัยสําคัญที่สุดซึ่งได้แก่ การปรับเพิ่มประมาณการ EPS ของ SET ที่ล่าสุดปีหน้าอยู่ที่ 95.3 บาทไป แล้ว (รูปที่ 2) นอกจากนั้น ล่าสุดดัชนี Bloomberg Commodity Index ยังคงทํา New high อย่างต่อเนื่อง มองเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่ม Hard และSoft Commodities ในบ้านเราต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้น Global play ที่เราแนะนํา ถือครองประจําเดือนนี้ด้วยเช่นกัน โดยมีรายชื่อหุ้นแนะนําทั้งหมดดังนี้ IVL, PTTGC, SCC, AH, SAT, SMT, ASIAN. NRF, XO, III, JWD, LEO, NYT, SONIC, WICE, IRPC, STA, STGT
Relief package: ในส่วนของมาตรการเยียวยาต่างๆที่ครม.อนุมติต่ออายุใน หลักการนั้น มองว่าจะช่วยประคับประคองการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศไป ได้บ้าง แต่ไม่น่าจะมีผลถึงกับทําให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Domestic Consumption อย่างทันทีทันใด แนะนําติดตามรายละเอียดมาตรการใหม่ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีเงินออมในระดับสูง โดยจะมีการแจก E-Voucher ส่าหรับการใช้จ่ายซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ว่าจะ มีรูปแบบอออกมาเป็นเช่นไร หากเป็นลักษณะของเงินสมทบในการซื้อสินค้าต่างๆ โดยไม่มีข้อจํากัดในเรื่องของร้านค้า มองอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นที่รออยู่สําหรับช่วง ต้นไตรมาส 3 ได้
กลยุทธ์
Free-float adjusted delayed: ตลท.ออกรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็นการคํานวณดัชนีรูปแบบใหม่ Free-float adjusted market cap พบว่า มีผู้ให้ความเห็นส่วนมากไม่เห็นด้วย จึงพิจารณาชะลอการปรับการคํานวณดัชนีดังกล่าว ออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดาเนินการของผู้เกี่ยวข้อง มองประเด็น ดังกล่าวทําให้ความเสี่ยงที่เราเคยกังวลก่อนหน้านี้ว่า การปรับพอร์ตของนัก ลงทุนสถาบันในช่วงแรกอาจทําให้ดัชนีย่อตัวลงมาก่อนนั้นหมดลง และอาจทํา ให้หุ้นที่เคยเป็นที่กังวลว่าจะถูกลดน้ําหนักลง มีความผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง ไม่ว่าจะ lilu AOT (BK:AOT), DELTA, OR, GULF, ADVANC, PTTEP, GPSC, SCGP, AWC, BJC, IVL มองหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้มากที่สุดได้แก่ IVL เนื่องจากอยู่ในธีมการ ลงทุนแนะน่าของเราประจําเดือนนี้ นอกจากนั้น มองปัจจัยการชะลอการใช้เกณฑ์ Free float ดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อหุ้น STGT ด้วย เนื่องจากตอนแรกเรา คํานวณว่าตัวหันนี้จะถูกนําเข้าสู่ดัชนี SET50 และ SET100 ด้วยน้ําหนักที่ไม่ มากนัก จากการที่มีระดับ Free float เพียงแค่ 38/%
MPC: ผลการประชุมของกนง.วานนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
1) คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมากจากการระบาดของ Covid-19 รอบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศและแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเป็นสําคัญ
2) แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยมาจากการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า แต่ผลดีต่อการจ้างงานในตลาดแรงงานโดยรวมยังมีจํากัด
3) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งขึ้นชั่วคราวในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 จากฐานราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ําในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
4) จาก Scenario analysis ที่ทางธปท.เผยแพร่ออกมา ทําให้เราประเมินว่าการประชุมในเดือนมิ.ย.ครั้งหน้า ธปท.จะปรับลดคาดการณ์การขยายตัว GDP ปีนี้ลงมาที่ระดับ 2.0% หรือใกล้เคียง (รูปที่ 4) โดยเรามองระดับ 2% นี้ มี Downside risk อีกหากการฉีดวัคซีนในประเทศทําได้ไม่ถึง 100 ล้านโดสในปีนี้ แต่ก็มี Upside risk จากแรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐในช่วงถัดไปเช่นกัน
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
