สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดขณะที่ Nvidia ลดกำไรหลังประกาศผลประกอบการ
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 10.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเด็นหลักที่กดดันราคาทองคําเมื่อวานนี้มาจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมามีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ที่ออกมาดีเกินคาด ขณะที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์วานนี้ พบว่า Bid Coverage ratio ซึ่งเป็นมาตรวัดความต้องการอยู่ที่ 2.36 เท่า แม้จะต่ํากว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาที่ 2.39 เล็กน้อย อย่างไรก็ดี ความต้องการในระดับดังกล่าวก็มากพอที่จะ ป้องกันไม่ให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นั่นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 1.6835% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะ สินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย ทองคําจึงอ่อนตัวลงมาทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,727.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของตลาดสหรัฐ แต่กระนั้น การปรับตัวลดลงของราคาทองคํายังถือว่าอยู่ในกรอบจํากัด เนื่องจากทองคําได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังนายเจอโรมพาวเวล ประธานธนาคาร กลางสหรัฐ(เฟด) ออกมายืนยันเมื่อวานนี้ว่า “เฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้” ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดในแดนลบจึงช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่ม ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็ก และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ
ระหว่างวันหากราคาทองคําไม่หลุด 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้น โดยหากยืนเหนือ แนวต้านบริเวณ 1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การขยับขึ้นจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,767 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1,700-1,696 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา เน้นเก็งกําไรระยะสั้นการเข้าซื้อควรรอราคา อ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ หากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทํากําไรบางส่วนหากราคา ทองคําไม่ผ่านโซน 1,744-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้า ผ่านได้สามารถถือต่อ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
