ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาที่น่าหงุดหงิดมากสำหรับนักลงทุนทองคำ (GLD) เพราะแทนที่ทองคำจะสามารถขึ้นไปแตะ $2,500 หรือ $3,000 ออนซ์ได้ตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว กลับต้องมานั่งลุ้นว่าแนวรับ $1,700 จะสามารถตรึงราคาเอาไว้อยู่หรือไม่ นี่คือเหตุว่าทำไมนักลงทุนจึงควรลดคำสั่งซื้อขายลง 50% เมื่อสินทรัพย์ขึ้นมาเป็นเวลานาน และในขณะเดียวกันควรเริ่มวางคำสั่งซื้อขายเมื่อเห็นบรรยากาศการลงทุนกำลังอยู่ในช่วงสิ้นหวัง
การร่วงลงมาจากจุดสูงสุดมากกว่า 17% ของทองคำทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มประเมินแล้วว่าแนวรับ $1,700 อาจจะตรึงราคาเอาไว้ไม่อยู่ และทองคำมีโอกาสวิ่งลงไปถึง $1,400 ต่อออนซ์ได้ หลายคนเริ่มไม่เชื่อแล้วว่าต่อให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโจ ไบเดนออกมาก็จะสามารถพลิกสถานการณ์ของทองคำให้กลับเป็นขาขึ้นได้โดยง่าย แต่หากมองอีกด้าน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสิ้นหวังแบบนี้ บ่อยครั้งนักที่มักจะกลายเป็นสัญญาณว่าจุดต่ำสุดกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว
Source: TradingView.com
ต้องยอมรับความจริงกันก่อนว่าพฤติกรรมราคาทองคำในช่วงไม่นานมานี้ค่อนข้างน่าผิดหวัง การปรับฐานในสวิงที่มีความกว้างประมาณ 17%-20% กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วแม้ว่านั่นจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นก็ตาม จากรูปจะเห็นประวัติการวิ่งของทองคำมาตลอดระยะเวลา 50 ปีซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีหลายช่วงที่ทองคำปรับฐานได้น่าหงุดหงิดแบบนี้หลายครั้ง แต่หากสังเกตให้ดี ทุกครั้งที่ทองคำปรับฐานนานๆ เช่นนี้มักจะจบลงด้วยการปรับตัวขึ้นต่อเสมอ (สังเกตที่บริเวณเส้นเทรนด์ไลน์สีเทา)
เมื่อไหร่ก็ตามที่ทองคำสามารถขึ้นยืนเหนือเส้นสีเทาได้ ราคาก็มักจะปรับตัวขึ้นในระยะยาว จากประวัติการวิ่งของทองคำในช่วงสองสามครั้งที่ทำการทะลุขึ้นแบบนี้ ทองคำมักจะวกกลับลงมาทดสอบเส้นเทรนด์ไลน์ดังกล่าวก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปเสมอ เราจะเชื่อว่าทองคำมีโอกาสจะเป็นขาลงจริงๆ ก็ต่อเมื่อราคาหลุดเส้นเทรนด์ไลน์นี้ลงมาและไม่สามารถวกกลับขึ้นไปได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
สมมุติฐานนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไปเอง แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 1970 และเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2008 ทุกครั้งที่ราคาทำตัวยึกยักเหมือนกับว่าจะลงแต่ก็ไม่ลง หรือจะขึ้นไม่ก็ขึ้น สุดท้ายแล้วฝ่ายที่ชนะกลายเป็นฝั่งขาขึ้นเสมอและมักจะเป็นขาขึ้นที่รุนแรงด้วย ดังนั้นแล้วสถานการณ์ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นจุดตัดสินแล้วว่าสุดท้ายแล้วทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างที่เคยเป็นมาหรือครั้งนี้ต้องการพักผ่อนยาวๆ จริงๆ
Source: TC2000.com
หากพิจารณาราคาทองคำในปัจจุบันให้ดี เราจะเห็นความเหมือนของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008 ตอนนั้นราคาทองคำก็สามารถวิ่งลงมาจนหลุดจุดต่ำสุดในรอบหลายปี พักตัวนานกว่าเก้าเดือนก่อนจะเริ่มมีกำลังและปรับตัวขึ้นต่อ ในตอนนั้นราคาทองคำวิ่งหลุดเส้นค่าเฉลี่ยรายไตรมาสของตัวเองลงมาเพียง 5% เท่านั้นก่อนที่จะปรับตัวกลับขึ้นไป
สำหรับตอนนี้ เส้นค่าเฉลี่ยสำคัญของทองคำวิ่งอยู่ใกล้กับระดับราคา $1,690 ซึ่งแนวนี้ผมให้เป็นระดับแนวรับที่แท้จริงที่ฝั่งขาขึ้นกำลังรอตั้งรับอยู่ อย่าตกใจถ้าเห็นว่าราคาหลุดแนวรับดังกล่าวลงไปได้ ให้ดูว่าหลังจากหลุดลงไปแล้วราคาทองคำสามารถกลับขึ้นมาได้เร็วแค่ไหน ให้คิดซะว่านี่คือจังหวะไล่เม่าอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2008 ถ้าเป็นไปตามที่ผมวิเคราะห์ ทองคำมีโอกาสขึ้นไปแตะ $2,100 ต่อออนซ์ได้ภายในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2022 และอาจจะวิ่งขึ้นยาวไปไกลถึง $2,600 ต่อออนซ์ได้ ส่วนตัวแล้วผมยังเชื่อว่าขาขึ้นนี้เป็นไปได้ ตราบใดที่ทองคำยังไม่ลงมาต่ำกว่า $1,650 ต่อออนซ์และไม่ส่งสัญญาณว่าจะดีดตัวกลับขึ้นมาได้
Source: Daily Sentiment Index Data, Author’s Chart
แล้วควรลงทุนกับทองคำแบบไหนจึงจะถือว่าคุ้มค่าที่สุด?
ลึกๆ แล้วผมเชื่อว่าต่อให้ทองคำจะหลุดลงลึกไปถึง $1,450 ต่อออนซ์ได้ ผมก็ยังเชื่อในฝั่งขาขึ้นอยู่ดี นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ผมกำลังรออยู่คือรูปแบบการฟอร์มตัวเพื่อกลับไปเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่จะเพิ่มโอกาสให้ผมได้มีแนวร่วมช่วยกันดันราคาขึ้นไป นอกจากนี้ผมยังคิดจะวางคำสั่งซื้อของผมเอาไว้ที่โบรกเกอร์ เคิร์กแลนด์ เลค โกลด์ (NYSE:KL) ด้วยเพราะที่นั่นสามารถปันผลกำไรต่อหุ้นคืนให้ผมปีละ $3.90 ได้ และราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ระดับราคา $32.00 ต่อหุ้น
นอกจากผลตอบแทน และราคาหุ้นที่น่าสนใจแล้ว ผมยังเชื่อว่าสถานการณ์ที่เหมืองฟอสเตอร์วิลล์จะมีส่วนกับแนวโน้มของราคาทองคำ ถ้าเกิดมีการค้นพบทองคำครั้งใหญ่ที่เหมืองนี้ โอกาสที่ทองคำจะทะยานขึ้นมากกว่า 10% ภายในคืนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน และยิ่งเพิ่มโอกาสให้หุ้น KL สามารถเพิ่มปันผลให้ผมได้อีกตั้ง 2.30% นอกจากนี้ KL ยังมีประวัติการซื้อหุ้นคืนที่ค่อนข้างโหด มีโอกาสที่พวกเขาจะซื้อหุ้นคืนมากถึง 7% ผมจะทยอยเข้าซื้อไปเรื่อยๆ จนกว่าราคาหุ้นจะขึ้นไปถึง $37.00 โดยเฉลี่ย
สรุปแล้ว ผมยังไม่สิ้นหวังกับขาขึ้นในตลาดทองคำ ต่อให้ราคาสามารถลงมาถึง $1,650 ก็ยังถือว่ารับได้ และไม่มากจนเกินไปและผมเชื่อว่าจะมีผู้ที่ศรัทธาในทองคำรอผมอยู่ที่ระดับราคานั้นเช่นกัน
