ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําวานนี้ ปิดลดลง 4.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์แม้ในระหว่างวันการอ่อนค่าของดอลลาร์จะหนุนให้ราคาทองคําพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,815.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําลดช่วงบวกลง โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทํากําไร พร้อมกับปรับตัวลงแรงจนแตะระดับตํ่าสุดบริเวณ 1,795.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากจุดตํ่าสุด ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักในช่วงต้นของการซื้อขายนําโดยแรงขายหุ้นให้กลุ่มเทคโนโลยี ก่อนที่ตลาดหุ้นจะลดช่วงติดลบ ขณะที่ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงหนุนสําคัญจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระหว่างแถลงการณ์รอบครึ่งปี ว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ พาวเวลล์ระบุชัดว่า “เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ห่างไกลจากเป้าหมาย ทั้งในแง่ของการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อ และมี แนวโน้มว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสําคัญ” บ่งชี้ว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมีแนวโน้มที่จะดําเนินต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวหนุนส่งให้ทองคําดีดตัว ขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่จะสังเกตได้ว่าการปรับตัวขึ้นของราคาทองคํายังอยู่ในกรอบ เนื่องจากพาวเวลล์มองว่าการลดลงของผู้ติดเชื้อเมื่อเร็ว ๆ นี้ และการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 อย่างต่อเนื่องทําให้คาดการณ์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งนั่นช่วยพยุงดอลลาร์เอาไว้จนสกัดช่วงบวกราคาทองคํา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทอง ลดลง -4.96 ตัน
สําหรับวันนี้ ติดตามการแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 ของประธานเฟด รวมถึงการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ
แม้ราคาทองคํามีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างจํากัด แต่ระยะสั้นหากพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,827-1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา)ได้อย่างมั่นคงจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาสู่ 1,795-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
คําแนะนํา เข้าซือเพือเก็งกําไรระยะสันหากราคาทองคํา สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,795-1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ และทยอยปิ ดสถานะทํากําไรบางส่วนหากไม่ผ่ าน บริเวณแนวต้าน 1,827-1,841 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
