ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําวานนี้ ปิดทะยานขึ้น 25.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ชะลอความร้อนแรงจากความวิตกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนกู้ยืมของภาคธุรกิจพุ่งขึ้นและอาจกระทบต่อแผนการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน ซึ่งการปรับตัวลงของตลาดหุ้นกระตุ้นแรงซื้อทองในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นทะลุ 1.4 ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังนักลงทุน คาดการณ์ว่าการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ที่รวดเร็ว และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะนําไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยวานนี้ว่า มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศของอังกฤษจะค่อย ๆ ผ่อนคลายลง โดยมีแผนจะเปิดโรงเรียนอีกครั้งภายในวันที่ 8 มี.ค.และเปิดไนต์คลับภายในวันที่ 21 มิ.ย. ส่งผลให้เงินปอนด์พุ่งขึ้นจนสร้างแรง หนุนให้กับทองคํา ประกอบกับยูโรแข็งค่าขึ้น หลัง Ifo เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวเกินคาดสู่ระดับ 92.4 ในเดือนก.พ.จึงเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคําเพิ่มเติม ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นช่วยหนุนให้ราคาทองพุ่งขึนมายืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิคส่งผลให้ราคาทองคําดีดตัวขึ้นต่อ จนทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,812.46 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี กองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -12.24 ตัน
สําหรับวันนี้ จับตาการแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดต่อหน้ำ คณะกรรมการการธนาคารประจําวุฒิสภา รวมถึงการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์
หากราคาทองคําพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,821-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากแรงซื้อไม่มากพอหรือราคาไม่ สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ทําให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 1,800-1,795 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ ขณะที่แนวรับถัดไปนั้นอยู่ในบริเวณ 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณโซน 1,795-1,779 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ จึงค่อยเข้าซื้อ หรือ หากราคาทองคําไม่สามารถยืน 1,821-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํากําไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
