ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคํา วันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์แม้ในระหว่างวันแรงขายจะกดดันให้ราคาทองคําร่วงลงแตะระดับตํ่าสุดในรอบกว่า 7 เดือนบริเวณ 1,860 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมาจากแรงซื้อ Buy the dip ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันศุกร์ โดยปรับตัวลดลงเป็นวันที 2 ติดต่อกัน หลังจากนักลงทุนเปิดรับ ความเสี่ยง(Risk on) ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแข็งแกร่ง หลังการกระจายวัคซีนต้าน COVID-19 มีความคืบหน้า จนกระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินเสียงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าซึ่งบั่นทอนความต้องการสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์ แต่กระนั้น การคาดการณ์เชิงบวกเกียวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น บวกรวมกับการกู้ยืมที่แนวโน้มจะเพิมมากขึ้นจากการ ดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน รวมไปถึงการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิมสูงขึ้นในอนาคต เป็นปัจจัยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ให้ดีดตัวสู่ระดับ 1.36% ในวันศุกร์จนบั่นทอนความต้องการทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่ยังคงสกัดช่วงบวกราคาทองคําเอาไว้ ขณะที่กองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -5.25 ตันในวันศุกร์สู่ระดับ 1,127.64 ตัน ทําให้ในปี 2021 กองทุน SPDR ถือครองทองลดลงแล้ว -43.10 ตัน เป็นอีกปัจจัยหนึงที่สะท้อนเงินทุนไหลออกจากตลาดทองคําเช่นกัน
สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีชี้นําเศรษฐกิจจาก Conference Board

ก่อนหน้านี้ เมื่อราคาขยับขึ้นก็มีแรงขายทํากําไรสลับออกมาโดยราคายังคงมีการแกว่งตัว แต่ระยะสั้นราคาพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันพุธ ทั้งนี้ หากสามารถยืนได้ประเมินแนวต้านถัดไป 1,811 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
คําแนะนํา หากราคาไม่หลุด 1,775-1,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนําเปิดสถานะซื้อ ทั้งนี้ ควรติดตามการเคลื่อนไหว ของราคาใกล้ชิด โดยหากราคาดีดตัวขึ้นจนสร้างระดับสูงสุด ใหม่จากวันของวันพุธ ได้สามารถถือสถานะซื้อต่อเพื่อรอทํากําไรบริเวณแนวต้านถัดไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
