ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่า ภาวะการเงินในสหรัฐ "โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี" โดยมีความเป็นไปได้ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะแซงหน้าจีน
ทางด้านนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี้ กล่าวว่า นโยบายการคลังจะยังคงเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจที่สําคัญในสหรัฐ จนกว่าโรคระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาลง นักลงทุนพิจารณาแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เทียบกับ ความวิตกต่อเนื่องเกี่ยวกับโควิด-19 หลังจากการลดลงอย่างมากของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการแจกจ่ายวัคซีน ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวขึ้นจนหนุนดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ หากเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชัดเจนมากขึ้น หลังวัคซีนเริ่มแพร่หลาย แนวโน้มดังกล่าวยังคงกดดันราคาทองคํา ทั้งนี้ หากราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นในระดับจํากัด โดยไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,803-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ยังคงต้องระมัดระวังแรงขาย โดยแนะนํานักลงทุนอาจแบ่งทองคําออกขายบางส่วนบริเวณแนวต้าน ซึ่งหากไม่สามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ราคาทองคํายังมีโอกาสอ่อนตัวลงเพื่อสร้างฐานของราคา ซึ่งแนะนํานักลงทุนสามารถรอเข้าซื้อคืนเมื่อราคามีการย่อตัวไม่หลุดแนวรับ โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,784-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ: ระยะสั้นราคามีการเคลื่อนไหวในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง หากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,803-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นแรงขายทํากําไรกลับเข้ามา และทําให้ราคาทองคํามีโอกาสอ่อนตัวลงกลับขึ้นไปทดสอบแนวรับโซน 1,784-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
