ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําวาน นี้ปิดดิ่งลง 23.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันจะมีแรงซื้อหนุนให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,826 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคําไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ และเริ่มปรับตัวลดลงจากแรงขายทางเทคนิคหลังจากราคาทองคําหลุดกรอบสามเหลียมชายธง ก่อนที่ราคาทองคําจะปรับตัวลงแรงหลังจากการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 12.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปี ที่แล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.9 ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ สกุลเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 0.29% แตะที่ 90.643 เมือคืนนี้ จนกดดันให้ราคาทองคําปรับตัวลดลงต่อจนหลุดแนวรับจิตวิทยาบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นั่นทําให้เกิดแรงขายทางเทคนิคอีกระลอก ส่งผลให้ราคาทองคําร่วงลงแตะระดับตํ่าสุดบริเวณ 1,789.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคําให้เกิดการดีดตัวกลับมาเคลื่อนไหวเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แต่โดยรวมแล้วยังมีแรงขายทํากําไรสลับออกมาเป็นระยะ ขณะที่นักลงทุนยังคงเปิดรับความเสียงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดเพิ่มขึ้น 64.35 จุด หรือ +0.20% นําโดยการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร รวมทั้งความหวังที่ว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ จึงเป็นปัจจัยบั่นทอน ความต้องการลงทุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิมเติม ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -5.54 ตัน สําหรับวันนี้ จับตาการเปิดเผยยอดค้าปลีก, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), อัตราการใช้ กําลังการผลิต, การผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานการประชุมเฟดประจําเดือนม.ค. 
หลังจากราคาทิ้งตัวลงอาจเห็นการฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นของราคา แต่หากราคาทองคํายังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,803-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงว่าแรงขายยังคงแข็งแกร่งอาจทําให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,784-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถ ยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครัง
คําแนะนํา ระยะสั้นราคาอาจฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบแนว ต้านโซนที่ 1,803-1,821 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทํากําไรระยะสั้นออกมาเมื่อ ราคาทองคําอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,784-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
