ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคํา วานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคําที่เบาบางกว่าปกติ เนื่องจากตลาดทองคําจีนยังคงปิดทําการในเทศกาล ตรุษจีน ขณะที่ตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดโลหะมีค่าของสหรัฐปิดทําการเช่นกันเนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งผลให้ราคาทองคําแกว่งตัวในกรอบ 1,826.97-1,815.90 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาทองคําวานนี้ยังคงเป็ นไปอย่างจํากัด โดยได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐที่รายงานยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 65,336 รายในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นจํานวนรายวันที่ตํ่าที่สุดนับตั้งแต่ วันที่ 25 ต.ค. ขณะที่การฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ก็มีความคืบหน้าเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นเร่งซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้วานนี้ ดัชนีนิกเกอิทําสถิติปิดเหนือ 30,000 จุด ในรอบ 30 ปี ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี จึงเป็นปัจจัยบั่นทอนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงของราคาทองคําก็ยังไม่มากเช่นกัน เนื่องจากดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index)ของสหรัฐ และถ้อยแถลงของนางมิเชล โบว์แมน หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การดําเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต
ราคาทองคําพยายามสร้างฐานและพยายามทรงตัวทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทําให้เห็นการดีดตัวขึ้น เพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,830-1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง
คำแนะนำ: ราคาอย่ในช่วงการพักฐาน โดยเน้นการเก็งกําไรระยะสั้น หากราคายืนเหนือโซนแนวรับแรกบริเวณ 1,808-1,805 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทําให้ราคายังคงมีโอกาส ขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,830-1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
