ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคํา วานนี้ ปิดปรับตัวลดลง 4.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในระหว่างวันราคาทองคําจะพยายามดีดตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,844.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip รวมถึงการดีดตัวในระยะสั้นของสกุลเงินยูโรหลังจากสื่อต่างประเทศรายงานว่านายมาริโอ้ ดรากี อดีตประธานธนาคารกลางยุโรป(ECB) “ตอบรับคําขอ” ของนายเซอร์จิ โอ แมตตาเรลลา ประธานาธิบดีอิตาลีให้เข้ามาช่วยจัดตั้งรัฐบาลเพื่อจัดการกับปัญหาการระบาดของไวรัส COVID-19 และภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงของอิตาลี อย่างไรก็ดี ราคาทองคําไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ พร้อมกับมีแรงขายทํากําไรสลับออกมา นอกจากนี้ ทองคํายังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีเกินคาดทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานของภาคเอกชนจาก ADP ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดถึง 174,000 ตําแหน่งในเดือนม.ค. ส่วนดัชนีภาคบริการของสหรัฐจาก ISM ก็ดีดตัวเกินคาดสู่ระดับ 58.7 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า ในช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายจากมาร์กิตก็ปรับตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 58.3 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบเกือบ 6 ปี เช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวสกัดช่วงบวกของราคาทองคําเอาไว้ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง แต่โดยรวมแล้วนับตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบันกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -13.24 ตันซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามต่อไป สําหรับวันนี้ ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี) รวมถึงการเปิดเผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ประสิทธิภาพการผลิตต่อหน่วย, ประสิทธิภาพต้นทุนแรงงานต่อหน่วย และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐ

ระยะสั้นราคาเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway หากราคาทองคําทดสอบแนวต้านที่ 1,850-1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไร อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับ ระยะสั้นอยู่ที่ 1,821-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่ายังมีโอกาสดีดตัวขึ้ นในระยะสั้นอีกครั้ง
คำแนะนำ เข้าซื้อเพื่อเก็งกําไรระยะสั้นหากราคาทองคํา สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,821-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทํากําไรบางส่วนเพื่อรอซื้อใหม่ หากราคาไม่ผ่านแนวต้านบริเวณแนวรับ 1,850-1,856 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
