ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิมขึ้น 12.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกียวกับผลพวงจากความพยายามถอด ถอนประธานาธิบดีทรัมป์ ออกจากตําแหน่ง หลังจากวานนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ขู่ว่าการถอดถอนเขาเป็นเรืองที่อันตรายสําหรับสหรัฐ เพราะจะสร้างความไม่พอใจต่อชาวอเมริกันจํานวนมาก
นอกจากนี้ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนจากการชะลอการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทั้งนี้ บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดบริเวณ 1.1838% ลงมาปิดตลาดบริเวณ 1.10% หลังความต้องการทีแข็งแกร่งในการประมูลตราสารหนี้อายุ 10 ปี มูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์ของสหรัฐ นันทําให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงตาม พร้อมกันนี้ ดัชนีดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากความเห็นของนาย Eric Rosengren ประธานเฟดบอสตัน ที่ระบุว่า การระบาดของ COVID-19 จะยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นนโยบายการเงินของเฟดจะยังคงผ่อนคลายต่อไปแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึงหลังของปีนี้ก็ตาม
ขณะที่นักลงทุนเริมหันจุดสนใจไปยังความเสียงที่เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้น หากรัฐบาลสหรัฐชุด ใหม่ภายใต้การนําของนายโจ ไบเดน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสียงจากเงินเฟ้ออีกด้วย ปัจจัยทีกล่าวมาหนุนให้ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นจากระดับตํ่าสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,837 ดอลลาร์พร้อมดีดกลับมาปิดตลาดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้เป็นวันทําการที่ 3 ติดต่อกันด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง
สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ

ราคากลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ หากราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถยืนได้แข็งแกร่ง ยังคงมีโอกาสราคาทองคําขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 1,864-1,874 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปโซน 1,889 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่าน แนวต้านแรกไม่ได้ อาจเกิดแรงขายเพิมขึ้ นกดดันมาเข้าใกล้ 1,837-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ ลงทุนระยะสั้นโดยซื้อขายทํากําไรจากการ แกว่งตัว หากราคาอ่อนตัวลง หากสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,837-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนําเข้าซื้อเพื่อลงทุน ระยะสั้น ทยอยขายทํากําไรหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนว ต้าน 1,864-1,874 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
