ทองคำหยุดแนวโน้มขึ้น 4 วันติดท่ามกลางการขายทำกำไร; ความตึงเครียดภาษีนำเข้ายังคงอยู่
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลงต่ออีก 4.8 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากการฟื้นตัวของดอลลาร์ ทั้งนีดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.41% หลังการเปิดเผยตัวเลข เศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาด อาทิ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 787,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 790,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยเป็นการปรับตัวลง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และดัชนีภาคบริการของสหรัฐจาก ISM ดีดตัวสู่ระดับ 57.2 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 55.9 ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.6 เช่นกัน
นอกจากนี้การคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวภายใต้การนําของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ หลังจากพรรคเดโมแครตสามารถครองอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งในทําเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเอื้อต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ และการคาดการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อ สินทรัพย์เสี่ยงจนบั่นทอนความต้องการทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคําปิดปรับตัวลดลงและทําระดับตํ่าสุดบริเวณ 1,906.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -4.67 ตัน สําหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขอัตราการว่างงาน, การจ้างงานนอกภาคการเกษตร และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงประจําเดือนธ.ค. และจับตาความเคลื่อนไหว ทางการเมืองของสหรัฐหลังจาก CNBC รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐและนายไมค์ ปอมเปโอรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีที่หารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้บทบัญญัติแก้ไขเพิ3มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25 เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตําแหน่ง
คําแนะนํา เน้นการเก็งกําไรระยะสั้น การเข้าซื้ออาจต้องรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อโซน 1,904 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคําไม่สามารถยืน 1,930- 1,933 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํา กําไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
