สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังขาดทุนหนักจากภาษีศุลกากรและความกังวลเรื่อง AI
สรุป ราคาทองคําวานนี้ ปิดดิ่งลง 31.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในระหว่างวันราคาทองคําแกว่งตัวรุนแรง หลังจากในช่วงต้นวันราคาทองคําพุ่งขึ้นทําระดับสูงสุดบริเวณ 1,958.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนทีจะดิ่งลงแรงเกือบ 60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ อาทิ
(1.) แรงขายทางเทคนิคหลังจากเมือวานนี้ เกิดสัญญาณ Bearish RSI Divergence ในกราฟทางเทคนิค
(2.) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งสูงกว่า 1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. จากการคาดการณ์ว่าชัยชนะในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจีย ของพรรคเดโมแครต จะทําให้รัฐบาลสหรัฐต้องออกตราสารหนี้ เพือชดเชยการขาดดุลงบประมาณสําหรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึงการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์กดดันทองในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
(3.) การทะยานขึ นของตลาดหุ้นสหรัฐขานรับผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจีย ซึ่งกดดันให้เกิดแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคํา
(4.) วัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ของโมเดอร์นาได้รับการอนุมัติจากสํานักงานยาแห่งยุโรป (EMA) ให้ใช้ในสหภาพยุโรป และ
(5.)ดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับตําสุดนับตั้งแต่มี.ค.ปี 2018 ที 89.209 ซึ่งลงไปทดสอบในระหว่างวัน ปัจจัยทีกล่าวมากดดันให้ราคาทองคําร่วงลงแตะระดับต่ำสุดดบริเวณ 1,901 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคําจะดีดตัวขึ้นเกือบ 20 ดอลลาร์ ต่อออนซ์จากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาสหรัฐ
ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลียนแปลง สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนีPMI ภาคการบริการจาก ISM

คําแนะนํา หากราคาทองคําไม่สามารถยืน 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํากําไร บางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,934-1,921 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
