เงินเอเชียอ่อนค่า ดอลลาร์แข็งค่าหลัง Fed เหยี่ยวจัด ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
การพักตัวของตลาดก๊าซธรรมชาติกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าหรือไม่
ตลาดซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าใน NYMEX มีการฟื้นตัวอย่างน่าสนใจมาตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนจากจุดต่ำสุดในรอบ 25 ปีที่ $1.432 ขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดที่ $2.465 คิดเป็นการวิ่งขึ้นมากกว่า 72% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
การเข้าซื้อกิจการในตลาดพลังงาน Dominion Energy (NYSE:D) ด้วยเงินมูลค่าประมาณ $10,000 ล้านเหรียญสหรัฐของนักลงทุนในตำนานอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ทำให้ก๊าซธรรมชาติกลายเป็นที่สนใจของนักลงทุนและทำให้มีผู้ที่สนใจลงทุนตามเข้ามาในตลาดนี้เพิ่มมากขึ้นแม้ว่าเมื่อเทียบความสามารถในการผลิตระหว่างปี 2020 กับปี 2019 และ 5 ปีล่าสุดโดยเฉลี่ยแล้วพบว่าการผลิตก๊าซธรรมชาติลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิงข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่าเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมมีเพียงแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ 70 แท่นเท่านั้นที่ยังเปิดทำงานอยู่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเทียบกับจำนวนแท่นขุดเจาะที่เคยทำงานมากถึง 165 แท่นในช่วงกลางเดือนสิงหาคมปี 2019 เมื่อสินค้ามีราคาถูกผิดปกติวิธีที่นักลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มักนิยมทำกันคือการลดราคาลงเพื่อซื้อในราคาที่ต่ำที่สุดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งวอร์เรนเห็นโอกาสทองในก๊าซธรรมชาติครั้งนี้และตัดสินใจเข้าซื้อจนทำให้ผู้คนหันมาสนใจและซื้อตามจนราคาก๊าซธรรมชาติขึ้นมามากว่า 70% ในที่สุด
ข้อมูลปริมาณสินค้าด้านพลังงานคงคลังจากองค์กรด้านพลังงาน (EIA) ที่พึ่งเปิดเผยเมื่อวานนี้ระบุว่ามีการคาดการณ์ของตลาดว่าจะมีปริมาณสินค้าด้านพลังงานถูกกักเก็บเพิ่มขึ้น 43 พันล้านลูกบาศก์ฟุตภายในวันที่ 14 สิงหาคม กองทุนก๊าซธรรมชาติของสหรัฐอเมริกา (NYSE:UNG) มีการปรับราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าขึ้นและลงในตลาด NYMEX ทั้งก๊าซแปรรูปประเภทต้ม (NYSE:BOIL) และเย็น (NYSE:KOLD) มีการซื้อขายเพิ่มขึ้นทั้งสองฝั่ง สร้างความผันผวนให้กับตลาดอย่างสังเกตได้
ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการกักเก็บเพิ่มขึ้น 45 พันล้านลูกบาศก์ฟุต
อ้างอิงข้อมูลจาก Estimize เผยนักวิเคราะห์คาดว่าปริมาณการกักเก็บก๊าซธรรมชาติคงคลังที่สิ้นสุดในวันที่ 14 สิงหาคมมีการเพิ่มขึ้นประมาณ 45 พันล้านลูกบาศก์ฟุต

Source:EIA
จากกราฟแสดงให้เห็นว่ามีปริมาณก๊าซธรรมชาติถูกเพิ่มเข้าสู่คลังจำนวน 43 พันล้านลูกบาศก์ฟุตในสัปดาห์ที่แล้วเท่ากับว่าตอนนี้ปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ถูกเก็บรวมเอาไว้ทั้งหมดมี 3,375,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 21.4% มากกว่าตัวเลขของปีที่แล้วและเพิ่มขึ้น 15.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวในรอบ 5 ปีหลังสุด
แต่จากข้อมูลการกักเก็บก๊าซธรรมชาติ 20 สัปดาห์ล่าสุดพบว่ามีเปอร์เซนต์ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2019 ในเดือนมีนาคมปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังเคยขึ้นไปถึง 79.5% มากกว่าตัวเลขในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2019 และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมาพบว่าเปอร์เซนต์เทียบค่าความต่างค่อยๆ ลดลงไปยัง 21.4% อย่างช้าๆ ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 13 สัปดาห์เท่านั้นก่อนที่จะเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นหน้าหนาวและจะมีการใช้งานก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น เหลืออีกเพียง 27.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตเท่านั้นก็จะสามารถทำลายตัวเลขสถิติการกักเก็บก๊าซธรรมชาติสูงสุดของปีที่แล้วที่ 3,732,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตลงได้ หากว่าต้องการจะทำลายตัวเลขสถิติการเก็บก๊าซธรรมชาติสูงสุดที่ EIA เคยบันทึกเอาไว้ต้องมีปริมาณก๊าซธรรมชาติเพิ่มเข้ามาในคลังอีก 48.1 พันล้านลูกบาศก์ฟุตถึงจะสามารถแตะตัวเลขรวม 4,000,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต
แม้ว่าโดยภาพรวมตัวเลขปริมาณการกักเก็บก๊าซธรรมชาติจะยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาลงแต่ข้อมูลแท่นขุดเจาะซึ่งหมายถึงการผลิตจาก Baker Hughes ก็ลดลงจาก 165 แท่นในปี 2019 เหลือเพียง 70 แท่นเท่านั้นในวันที่ 14 สิงหาคมล่าสุด
ราคาก๊าซธรรมชาติของเดือนกันยายนกำลังมุ่งหน้าขึ้นสู่จุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าที่จะส่งมอบในเดือนกันยายนขึ้นไปถึงระดับราคา $2.465 ต่อ MMBtu

Source:CQG
จากกราฟรายวันที่ปรากฎจะเห็นว่าราคาได้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุด $2.499 ต่อ MMBtu ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม อินดิเคเตอร์ที่วัดโมเมนตัมราคาและ RSI เคยอยู่ในโซน overbought เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม มีตัวเลขจำนวนรวมสัญญาซื้อขายทั้งสองฝั่งรวมแล้วทั้งสิ้น 1.251 ล้านสัญญาซึ่งลดลงมาจากตัวเลข 1.307 ล้านสัญญาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จำนวนสัญญาที่เปิดขึ้นในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสามารถบอกได้ว่านักลงทุนที่หายไปบางส่วนเริ่มกลับมาแล้วกับแนวโน้มขาขึ้นปัจจุบัน ตัวเลขวัดการผันผวนรายวันเมื่อต้นเดือนนี้เพิ่มขึ้นเกิน 90% แม้ว่ามาตรวัดดังกล่าวจะลดลงต่ำกว่า 50% ในวันที่ 20 สิงหาคมก็ตาม
สรุปก็คือยิ่งตัวเลขปริมาณการกักเก็บก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ยิ่งเป็นการรับประกันได้ว่าจะมีปริมาณก๊าซธรรมชาติเพียงพอต่อการใช้งานในช่วงหน้าหนาวระหว่างปี 2020 - 2021
จะมีการพักตัวเกิดขึ้นอีกครั้งในเร็วๆ นี้หรือไม่
เมื่อพลิกมาดูกราฟรายสัปดาห์จะพบว่าขาขึ้นดูมีความต่อเนื่องมากกว่ากราฟรายวันเยอะอยู่พอสมควร

Source:CQG
หากดูกราฟในวันที่ 20 สิงหาคมจะเห็นว่าอินดิเคเตอร์ที่วัดโมเมนตัมราคาและ RSI ปรับตัวสูงขึ้น ราคาสามารถทะลุจุดสูงสุดที่ $2.162 ต่อ MMBtu ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมขึ้นมาได้แล้วและมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่จุดสูงสุด $2.905 MMBtu ของเดือนพฤษจิกายนปี 2019
ก่อนหน้านี้ไม่นานราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติสามารถขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดของปี 2020 ได้แล้ว ดังนั้นความเป็นไปได้ที่ราคาก๊าซธรรมชาติจะพักตัวก่อนจึงมีเพิ่มมากขึ้น ก่อนหน้านี้ผมเคยวิเคราะห์ว่าขาขึ้นมีโอกาสขึ้นไปถึง $2.10 และราคาก็ทำได้อย่างนั้นจริงๆ (สามารถวิ่งขึ้นถึง $2.465) อย่างไรก็ตามเพราะเรายังคงอยู่ในช่วงหน้าร้อนกันอยู่และเหลือเวลาอีก 3 เดือนก่อนที่หน้าหนาวจะมาถึงอย่างเป็นทางการ ดังนั้นกราฟก๊าซธรรมชาติจึงยังมีโอกาสที่จะพักตัวที่บริเวณ $2 ได้ในเร็วๆ นี้
เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูงตัวหนึ่ง ถ้าผมจะต้องตั้ง stop-loss สำหรับขาลงผมจะวางเอาไว้เหนือ $2.50 และจะเลื่อนลงมาเป็น $2.39 เมื่อราคามีความเสี่ยงอัตราต่อผลตอบแทนมากกว่า 3:1 ขอย้ำไว้ก่อนว่าที่ผมวางคำสั่งขายไม่ใช่ว่าผมมองว่ากราฟเป็นแนวโน้มขาลงแต่ผมมองเป็นเพียงการพักตัวช่วงคราวเท่านั้น
