ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
จากที่ก่อนหน้านี้เราได้เกริ่่นถึงแนวโน้มการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2020 นี้ไปแล้ว
เราก็มาเข้าสู่เนื้อหาที่เป็นชื่อของบทความนี้กัน
ก็คือสงครามการค้าในรูปแบบกองโจรอาจจะเกิดขึ้น
1 ในวลีที่โด่งดังที่จะกล่าวถึงสงครามการค้าแบบกองโจรได้ดีก็คือ "เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม"
เพราะสหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์นั้น ถูกกดดันโดยเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ต้องงัดกลยุทธ์หาเสียงเลือกตั้งแบบชาตินิยม ภายใต้สโลแกนที่ว่า "Make America Great Again" อีกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น แล้วจีนจะเล่นด้วยหรือ?
หากอธิบายให้เข้าใจโดยง่ายผ่านทฤษฎีเกม
ซึ่งเป็น 1 ในทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่โด่งดัง เรื่องการทำนายการตัดสินใจของผู้ที่มีเหตุและมีผลเอาไว้ ได้มีโอกาสแม่นยำสูง
ก็จะอธิบายได้โดยรูปของเราข้างต้น
กล่าวคือ ทั้งสหรัฐฯ และจีนนั้นต่างรู้ดีว่า การร่วมมือจะก่อให้เกิดผลดีแก่ทั้ง 2 ฝ่ายรวมกันแล้วมากที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น การตัดสินใจของจีนและสหรัฐฯ นั้น ไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่าสหรัฐฯ จะมาไม้ไหน
หากตัดสินใจผิดพลาดไป ใช้การร่วมมือ ขณะที่สหรัฐฯ ใช้วิธีการขึ้นภาษีเข้าใส่ จีนก็จะเสียเปรียบเปล่าๆ ทำให้ทางเลือกที่สมเหตุสมผลนั้น จีนจึงต้องเลือกเล่นเกมสงครามการค้าเช่นกัน เพื่อกันไม่ให้เกิดโอกาสที่สหรัฐฯ จะได้เปรียบอยู่ฝ่ายเดียว
อีกทั้งในเชิงศักดิ์ศรีแล้ว พญามังกรจะไปยอมง่ายๆได้อย่างไร
แต่เดี๋ยวก่อน!!!
เมื่อทั้งจีนและสหรัฐฯ นั้นผจญอยู่กับมหาภัยในยามปัจจุบันที่เรียกว่า COVID-19 ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศอย่างมหาศาล ไปพร้อมๆ กับสั่นคลอนการดำรงตำแหน่งอยู่ในอำนาจของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างมาก
ด้านของจีนนั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนนั้นอยู่ภายใต้ระบอบที่โน้มเอียงไปทางเผด็จการ
ซึ่งประวัติโลกที่ผ่านมานั้น หากเป็นเผด็จการแล้วประชาชนมีความสุข อยู่ดีกินดี เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ระบอบนั้นก็มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ต่อไปได้
ไม่เช่นนั้นก็ต้องปิดหูปิดตาให้สนิท ประชาชนจะได้ไม่เกิดการเปรียบเทียบ ซึ่งอาจนำมาสู่การกระด้างกระเดื่องในที่สุด
แต่จีนในปัจจุบันนั้นเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้ประชาชนได้เห็นโลกภายนอกมากขึ้น เริ่มมีปากมีเสียงมากขึ้น ครั้นหากเล่นสงครามการค้ามากไป เศรษฐกิจถดถอย อำนาจที่มีอยู่ก็อาจสั่นคลอนได้
เมื่อประกอบกับแผนการของจีนเอง ที่เน้นการทยอยแผ่อิทธิพลออกไปอย่างมั่นคง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งแสดงออกผ่านท่าทีต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งแนวโน้มความร่วมมือเส้นทางสายใหมใหม่ (One Belt One Road)
ทั้งการเข้าไปช่วยเหลือประเทศยากจน
และล่าสุดการประกาศจะมอบวัคซีน COVID-19 ให้กับทั่วโลก แทนที่จะขายเหมือนท่าทีของสหรัฐฯ
ขณะที่ท่าทีกับสหรัฐฯ เอง ก็เดูเหมือนว่าจีนจะไม่ดื้อดึง ไม่ต่อต้านแบบรุนแรงสักเท่าไหร่นักกับสหรัฐฯ แต่หันไปใช้วิธีตบเด็กอย่างออสเตรเลีย เยอรมนี และ แคนาดาแทน ไปพร้อมๆ กับทำตามข้อตกลงการค้าเฟส 1 ของสหรัฐฯ ด้วยการแบนการนำเข้าเนื้อสัตว์ (ทั้งหมู และวัวในบางประเทศ) และหันไปนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มเติมแทน ทำให้ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนจะก่อเรื่องอีกในช่วงที่ผ่านมา ก็ทุเลาความร้อนแรงลงไป
แต่ไม่ใช่ว่าจีนนั้นจะมาแต่ไม้นวม เมื่อจีนเองก็ทยอยรุกคืบผ่านความพยายามรวบคืนเอาอำนาจของตนจากดินแดนต่างๆ ที่ "สมควร" (ในมุมของจีน) จะอยู่ในอาณัติของตนคืนมา และขยายเพิ่มเติมอย่างช้าๆ อาทิเช่น การผ่านกฏหมายความมั่นคงในเกาะฮ่องกงซึ่งเป็นการงัดกับสหรัฐฯ โดยตรง เริ่้มพยายามเคลมเอาไต้หวัน หรืออีกชื่อคือ สาธารณรัฐจีนคืน
ขณะที่การสร้างเกาะในทะเลจีนใต้ และการเคลมเอาหมู่เกาะเตียวหยูก็ยังคงอยู่ต่อไป
เสมือนว่าจีนนั้น ใช้ไม้อ่อนกับพี่ใหญ่คนปัจจุบัน แต่หันไปตบเด็กรอบๆ เพื่อสะสมกำลังรอเสียมากกว่า
ในฝั่งสหรัฐฯ นั้นอย่างที่เรากล่าวไว้ก่อนหน้าว่า นอกจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว ไม่มีปธน.คนไหนเลยที่เศรษฐกิจถดอยช่วง 2 ปีก่อนการเลือกตั้งรอบ 2 จะชนะอีกครั้ง
ซึ่ง ณ จุดนี้เอง เป็นเสมือนชนักปักหลังของทรัมป์ เท่านั้นยังไม่พอ เพราะสหรัฐฯ นั้นไม่ได้ฟัดกับจีนคนเดียว ยังมีการไปฟัดกับยุโรปอยู่เป็นระยะๆ ทำให้เสมือนทำศึก 2 ด้าน
หากจะเล่นสงครามการค้ากับจีน ก็จะต้องเล่นอย่างระมัดระวัง เพราะหากพลาดพลั้งไป เศรษฐกิจถดถอยรุนแรง คะแนนนิยมที่ต่ำอยู่แล้ว ก็อาจหัวทิ่มบ่อลงไปอีก
จึงเป็นที่มาของสงครามกองโจรทางการค้า ต่างฝ่ายต่างเล่นๆ หยุดๆ เพื่อจุดประสงค์ของตนเอง
โดยที่จีนก็พยายามรวบรวมสรรพกำลัง สะสมมิตร และรัฐบริวารรอให้พร้อม แล้วค่อยว่ากันเมื่อเส้นสายบารมีพร้อม
ขณะที่สหรัฐฯ นั้น ข้าศึกโอบหลายด้าน ทั้งในและนอกประเทศ แต่ด้วยความที่ใหญ่เกินกว่าจะล้ม และมีอำนาจอยู่ในองค์กรระหว่างประเทศสูง ก็ทำให้ยังกล้าเล่นหน้านี้ต่อไปเรี่อยๆ เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไร หากปล่อยให้อั๊วตาย(ทางเศรษฐกิจ) ก็ตายยกรังกันทั้งโลก....
บทความจากเพจ AKN BLOG
ห้ามพลาด
