สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงงบประมาณรัฐบาล ขณะที่การถกเถียงเรื่อง ICE ยังคงดำเนินต่อ
เรียกได้ว่าเห็นตัวเลขแล้วตกใจ ทำไมลบเยอะขนาดนั้น ซึ่งประเด็นหลักก็มาจากผลกระทบของ COVID-19 ประเด็นที่น่าสนใจคือ
1. สินค้าอุตสาหกรรมลดหนัก -27% สินค้าเกษตร +2.5%
2..รถยนต์ -62% เพราะผู้ผลิตหลายค่ายหยุดผลิตกันเยอะ ซึ่งเราก็จะเห็นตัวเลขการผลิตรถยนต์เดือนเมษายน และพฤษภาคมต่ำมาก คือ 24,711 และ 56,035 คัน จากปกติประมาณ 150,000 คันต่อเดือน ทำให้ชิ้นส่วนรถยนต์ และยางรถยนต์ส่งออกได้ลดลงตามไปด้วย
3. สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล แอร์ ก็ลดลงเช่นกัน แต่ที่บวกได้คืออุปกรณ์เกี่ยวกับโซลาเซลล์และ โทรศัพท์มือถือ
4. สินค้าเกษตรเห็นเป็นบวกแต่ไม่ใช่ว่าดีทุกอย่าง
ที่ดีคือ ผัก ผลไม้ (ทุเรียน มังคุด ลำไย) ไก่สดแช่แข็ง (ดีต่อเนื่อง) ทูน่ากระป๋อง (ล็อคดาวน์อยู่ก็ยังตุนอยู่) อาหารสัตว์เลี้ยงก็ดีช่วง WFH และที่กลับมาเพิ่มคือ มันสำปะหลัง
ที่ไม่ดี คือ ข้าว เพราะเจอคู่แข่งอย่างอินเดีย เวียดนาม กลับมาส่งออกได้แล้ว และสต็อคข้าวของหลายประเทศยังเยอะอยู่ น้ำตาลทรายก็ไม่ดีลดลงทั้ง Demand และ Supply ยางพาราก็ลดลง แต่ถุงมือยางขายดีต่อเนื่อง
5. แต่ถ้ามองรายประเทศ เราจะเห็นว่าส่งออกจีนเป็นบวก 2 เดือนติด คือ เมษายน +9% และพฤษภาคม +15.3% ทั้งปีกลับมาบวก 4.7% คือ เราพอจะเห็นภาพว่า ถ้าเริ่มคลาย lock down จะช่วยส่งออกได้มากขึ้น แต่ส่งออกที่ยุโรป -40% CLMV -28% สหรัฐ -17% ต้องรอดูว่าถ้าเริ่มคลายล็อคจะดีขึ้นมั้ย โดยเราอาจจะดูตัวเลข PMI หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของแต่ละประเทศประกอบไปด้วยก็ได้
6.นำเข้า -34.4% ทั้งน้ำมัน สินค้าทุน วัตถุดิบ เครื่องจักรต่างๆ ลดลงหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าการผลิตจะไม่เยอะ และก็จะวนไปที่การส่งออกลดลงตามมา การลงทุน การบริโภคก็จะลดลงตามมาอีก
7.ประเด็นสุดท้ายที่ต้องจับตาคือ เงินบาทที่ค่อนข้างแข็งมาก อยู่ที่ระดับ 30.9 บาทต่อ USD ก็จะทำให้การส่งออกลำบากขึ้น
ใครสนใจอ่านแบบเต็มๆ คลิ๊กที่นี่ครับ http://www.tpso.moc.go.th/th/node/10717
** การลงทุนมีความเสี่ยง วิตามินหุ้นให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โปรดพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านก่อนการลงทุนทุกครั้งนะครับ
#ส่งออก #วิตามินหุ้น
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins-วิตามินหุ้น
...
ห้ามพลาดครับ
หุ้นไทยร่วง 23 จุด หลัง กนง.คงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% และหั่น GDPไทยเหลือ -8.1%
