หุ้นยุโรปร่วงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2025 จากความเสี่ยงสงคราม
ดอลลาร์อ่อนค่าจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว: ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สัปดาห์ก่อนออกมาสอดคล้องกับคาดการณ์ ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. หดตัวลงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มตึงตัว กดดันให้เงินดอลลาร์ปรับตัวลง และส่งผลให้สกุลเงินหลักอย่างยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยเฟด (Fed Rate Outlook): ตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะเลือก คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.50 - 3.75%) ในการประชุมเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk): ตลาดคงการจับตาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยเฉพาะความพยายามเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธการเจรจาตรงกับสหรัฐฯ แต่หันไปหารือร่วมกับโอมานแทน ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังคงเป็นแรงสกัดบวกทอง แต่ไม่มากเหลือช่วงเริ่มเกิดสงคราม
มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
โครงสร้างราคาในกรอบเวลา 4H / D1 ยังรักษาทรงแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Structure) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยราคาสามารถยืนประคองตัวเหนือกลุ่มเส้นเฉลี่ยสำคัญ (Key MAs) ทำให้ฝั่งซื้อยังคงครองความได้เปรียบหลักอย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องระวังแรงขายทำกำไรและการพักตัวย่อลงมา Retest แนวรับ เนื่องจากดัชนี RSI เกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป (Overbought) ซึ่งเคยส่งผลให้เกิดการพักตัวแรงในวันก่อนหน้า
นักลงทุนระยะสั้น: แนะนำรอจังหวะ Rebound หรือรอย่อตัวเข้าซื้อใหม่บริเวณแนวรับ
นักลงทุนระยะยาว: แนะนำทยอยแบ่งไม้สะสม (DCA) เพิ่มเติมเมื่อราคาเกิดการย่อตัวเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ
ราคาทองโลก (Gold Spot)
- แนวต้าน: 4,400 / 4,430 / 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- แนวรับ: 4,380 / 4,350 / 4,310 ดอลลาร์ต่อออนซ์








