สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
Event
► การประชุม OPEC+ วันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา สมาชิกทั้ง 23 ประเทศสามารถบรรลุข้อตกลง ขยายระยะเวลาลดการผลิต 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน ออกไปอีก 1 เดือนถึงสิ้นเดือนก.ค. (เดิมจะทยอย Step-down เหลือ 7.7 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือนก.ค.-ธ.ค. 2563 และ 5.8 ล้าน บาร์เรล/วัน ในเดือนม.ค. 2564-เม.ย. 2565) ทั้งนี้ทางกลุ่มฯ จะติดตามแนวทางปรับลดการผลิต ของประเทศที่ยังลดการผลิตน้อยกว่าโควต้า (Poor compliance) เช่น อิรัก ไนจีเรีย ซึ่งประเทศ เหล่านี้ต้องลดการผลิตมากขึ้นในเดือนก.ค.-ก.ย. เพื่อชดเชยตัวเลขที่ Shortfall เดือนพ.ค.-มิ.ย. โดยจะอัพเดทสถานการณ์อีกครั้งในการประชุมกลุ่มย่อย Joint Ministerial Monitoring Committee หรือJMMC (ประชุมทุกเดือน) วันที่18 มิ.ย.นี้
►ซาอุฯ ประกาศราคาน้ำมัน OSP ตลาดเอเชียเดือนก.ค. เป็ นส่วนเพิ่ม US$0.2/bbl เทียบ กับเดือนมิ.ย. ที่เป็นส่วนลด US$5.9/bbl (Premium/discount น้ำมัน Arab light เทียบกับ Dubai)
Our Take
► ผลการประชุมของ OPEC+ ถือว่าเป็นไปตามกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้า ซึ่งมองว่าตลาดน้ำมันรับรู้ข่าวดังกล่าวไปแล้ว (วันศุกร์ปิดบวกราว 6%) อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังมีทิศทางที่ดีต่อไปในระยะสั้น หนุนจากปัจจัยบวก
1) ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด
2) จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐฯ ที่ลดลง 7 แท่นติดต่อเป็นสัปดาห์ที่ 13 และ ทำระดับต่ำสุด ตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลปี2530 เป็นสัปดาห์ที่5
3) สถานการณ์พายุโซนร้อน Critobal ที่เตรียมขึ้น ฝั่งสหรัฐฯ อาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันบริเวณอ่าวเม็กซิโกน่า ทำให้เกิด Supply disruption ได้ (บริเวณอ่าวเม็กซิโก และชายฝั่งเป็นที่ตั้งของแท่นขุดเจาะน้ำมัน-โรงกลั่นที่สำคัญของสหรัฐฯ กำลังผลิต 15%-45% ตามลำดับ สัปดาห์ก่อนมีข่าวว่า BP, Equinor, Occidental เริ่มมีการอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวเม็กซิโกแล้ว)
และ 4) การประกาศเพิ่มราคาน้ำมัน OSP เป็น Premium ของซาอุฯ ถือว่าเพิ่มมากกว่าผลสำรวจของ Platts ที่คาดว่า Asia OSP จะเพิ่ม US$2-5/bbl และเป็นสถิติการปรับขึ้น MoM สูงสุด สะท้อนถึงการมุ่งมั่นปรับลดการผลิตอย่างจริงจังเป็นบวกต่อน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวจะเป็นลบต่อโรงกลั่นเพราะต้นทุน้ำมัน Crude premium 3Q63 จะสูงขึ้น QoQ อย่างมีนัยสำคัญ
► การลดปริมาณผลิตน้ำมันของ OPEC+ ที่มากกว่าคาด และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวได้เร็วจากการทยอยเปิดเมือง ทำให้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปี2563 ของเราที่เฉลี่ย US$40/bbl เริ่มมีUpside risk (YTD เฉลี่ย US$42.8/bbl) โดยราคาน้ำมันที่สูงกว่าสมมติฐานจะเป็น Upside ต่อประมาณการกำไรหุ้น Oil play (PTTEP PTT (BK:PTT) PTTGC) สำหรับ PTTEP (Oil play รายหลัก) ราคาน้ำมันทุก US$1/bbl จะมีผลต่อกำไร 900 ล้านบาท ราคาเหมาะสม 2.3 บาท
► ทั้งนี้ เรายังคงสมมติฐานเดิมไว้ก่อน มองว่าราคาน้ำมันระยะกลาง-ยาวมี Upside เริ่มจำกัด เพราะ
1) ตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันมีโอกาสพลิกมาปรับขึ้นในอีก 2-6 สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้การผลิตจากฝั่งสหรัฐฯ สูงขึ้น
2) ภาวะ Forward curve ของน้ำมันเริ่มมีสัญญาณเป็น Backwardation
3) ปริมาณสต็อกน้ำมันดิบทั่วโลกยังอยู่ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี
และ4) ความเสี่ยงของนโยบายลดการผลิตของ OPEC+ จากตัวเลข Compliance (อิรักต้องปรับลดการผลิต เดือนส.ค.-ก.ย.ราว 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อชดเชย Shortfall เดือนพ.ค.-มิ.ย. และลิเบียอาจเพิ่มการผลิตหลังการเมืองในประเทศดีขึ้น) และ Exit strategy ของซาอุฯ-รัสเซีย เพื่อควบคุมไม่ให้ราคาน้ำมันร้อนแรงเกินไป เพราะจะกระตุ้นให้การผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ กลับมา นำไปสู่ความ ล้มเหลวของความร่วมมือของ OPEC+ ตามวัฏจักรเดิม (Déjà vu)
► นับตั้งแต่ 2QTD ราคาหุ้นในกลุ่มฯ ปรับขึ้นเฉลี่ย 48% ถือว่าสะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์หลังการเปิดเมืองไปบางส่วนแล้ว ราคาหุ้นส่วนใหญ่ถือว่าเต็มมูลค่าพื้นฐานของเรา อย่างไรก็ตาม เชิงกลยุทธ์ระยะสั้นเรายังคงคำแนะนำให้Let profit run (โมเมนตัมหุ้น Oil play-ปิโตรเคมีอาจเด่นกว่าโรงกลั่น ชอบ PTTGC) เนื่องจาก
1) ปัจจัยการลงทุนรอบด้านยังเป็นบวก
2) ประมาณการอาจมีUpside risk จากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด
และ 3) การ Roll over ไปใช้ราคาเหมาะสมปี2564 เร็วกว่าปกติตั้งแต่ช่วงกลางปี2563 เพราะถือว่าปีนี้มีปัจจัยกดดันที่ไม่ปกติ ความเสี่ยง – COVID-19 ระบาดรอบ 2, สงครามการค้า, Compliance ของสมาชิก, Exit strategy ของซาอุฯ-รัสเซีย
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
