Nvidia ใกล้ลงทุนใน OpenAI มูลค่า 20 พันล้านดอลลาร์ในรอบระดมทุนล่าสุด - Bloomberg
การประชุมครม.เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2563 มีตติเห็นชอบให้ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษี พ.ศ.2563เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่ประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19โดยเป็นการลดจำนวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ให้แก่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมใช้เป็นที่อยู่อาศัยใช้ประโยชน์อื่นนอกจากเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยและรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ
1. กรณีที่ดินประกอบการเกษตร ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดากำหนดให้ 3 ปีแรก (ปี 2563-2565)จะได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี แต่ถ้าเจ้าของเป็นนิติบุคคลสำหรับที่ดินมีมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาทจะเสียภาษีในอัตราการใช้ประโยชน์ประกอบเกษตรกรรม ร้อยละ0.01 คิดเป็นค่าภาษี 500 บาท แต่เมื่อลดจำนวนภาษีตาม พ.ร.ฎ.ลดภาษีที่ดินฯ จะชำระภาษีเพียง 50 บาท
2. กรณีที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังหลักที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน50 ล้านบาทและกรณีเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินจะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับบ้านหลังอื่นหากมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย ร้อยละ 0.02 คิดเป็นค่าภาษี 1,000 บาท แต่เมื่อลดจำนวนภาษีตาม พ.ร.ฎ. ลดภาษีที่ดินฯ จะชำระภาษีเพียง 100 บาท
3.กรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ประกอบการพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมมูลค่าราคาประเมินทุนทรัพย์ 5 ล้านบาทจะเสียภาษีในอัตรารกร้างว่างเปล่า/อัตราการใช้ประโยชน์อื่น ร้อยละ 0.3 คิดเป็นค่าภาษี 15,000 บาท แต่เมื่อลดจำนวนภาษีตาม พ.ร.ฎ.ลดภาษีที่ดินฯ จะชำระภาษีเพียง 1,500 บาท เป็นต้น
Source : Info quest วันที่ 2 มิ.ย. 2563
Comment
จากการลดภาษีที่ดินดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์แต่คาดว่าเพียงระยะสั้นเท่านั้นเนื่องจากการการปรับลดภาษีเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19เราจึงเชื่อว่าราคาหุ้นอาจจะสะท้อนข่าวดีแค่ชั่วคราวและเนื่องจากการลดภาษี 90% นี้มีผลบังคับใช้เพียงปี 2563เพียงปีเดียว แต่การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยจะเป็นการรับผิดชอบต่อภาษีในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อมากกว่า ดังนั้นเราคาดว่าจะเห็นผลบวกจากการลดภาษีที่ดินในครั้งนี้ไม่มาก แต่หากมีการยืดระยะเวลาของมาตรการไปอีก 1-2 ปี คาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายโครงการได้มากและยังคงมองว่ามาตรการ LTV ยังเป็นมาตรการหลักที่กดดันการฟื้นตัวของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์โดยรวม และหากมีการผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการ LTV จะสามารถช่วยสนับสนุนยอดขายและการฟื้นตัวของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่ง เรายังคงเลือก QH, LH และAP เป็น Top Pick ของกลุ่ม จากการที่ QH, LH และ AP เป็นกลุ่มที่มีฐานลูกค้าบ้านแนวราบอยู่มากกว่าคอนโด และยังมีระดับ Dividend Yield ที่น่าสนใจที่ 7.4%,4.7%(ยังไม่นับรวมกำไรพิเศษ) และ 7.6% ตามลำดับ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
