ราคาน้ำมันปรับลดจากการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านและความไม่แน่นอนจากภาษีของทรัมป์
Uptick rule: A game changer
Uptick rule & Trading limits:วานนี้ตลท.แจ้งข่าวมีแผนจะขยายเวลาหลักเกณฑ์ชั่วคราว Short Sell, Ceiling & Floor และ Daily Price Limit ออกไป จากเดิมที่จะสิ้นสุดไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ไปเป็นสิ้นสุดไม่เกินวันที่ 30 ก.ย. 2563 โดยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 25 พ.ค.นี้
Invisible hand: ทั้งนี้ เราพูดมาตลอดว่า การบังคับใช้มาตรการ Uptick rule นั้นถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ SET Index ปรับตัวขึ้นมาตลอดทางกว่า 300 จุด และทำให้ดัชนีนั้นมีการปรับฐานแรงๆยาก ถึงแม้ว่า Valuation จะอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วก็ตามเนื่องจากว่ามาตรการนี้ได้ส่งผลทำให้มูลค่าการ Short sales ในตลาดได้หายไปอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือจากค่าเฉลี่ยที่อยู่วันละ 5,000 ล้านบาทก่อนออกมาตรการ กลับปรับตัวลงมาเหลือเพียงราว 1,000 ล้านบาทหลังออกมาตรการ และในเดือนพ.ค.ล่าสุดเหลือเฉลี่ยเพียงแค่ 650 ล้านบาทต่อวันเท่านั้น (รูปที่ 3&4)
Game changer:อันที่จริง การขยายเวลามาตรการ Uptick rule ออกไปนั้นไม่ได้มีความจำเป็นมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว เนื่องจากหากตรวจสอบล่าสุด จะพบว่าความผันผวน (Volatility) ของ SET Index ณ ขณะนี้ ได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ COVID-19 แล้ว อย่างไรก็ดี เรามองว่าหากตลท.เดินหน้าขยายเวลามาตรการนี้ออกไปจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ SET Index ในช่วงถัดไปได้ เนื่องจากแต่เดิมที่เราคาดว่าดัชนีอาจจะมีการปรับฐานอย่างสำคัญหลังมาตรการ Uptick rule สิ้นสุดลงในไตรมาส 2 ก็อาจจะทำให้ Timing ของการปรับฐานนั้นถูกเลื่อนออกไปจากคาดการณ์เดิมได้
Beneficiaries: มองการขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการนี้ออกไปอีก 3 เดือนจะเป็นปัจจัยประคับประคองดัชนีที่สำคัญต่อไป ซึ่งจะส่งผลบวกทางตรงต่อผู้ที่มีสถานะ Long ในตลาดหรือนักลงทุนส่วนใหญ่นอกจากนั้น ยังส่งผลบวกต่อตัวหุ้นที่มักเคยเป็นเป้าหมายของการ Short sales ที่ราคา Zero tick ก่อนหน้านี้ โดยเราวัดจากอัตราส่วนของมูลค่า Short sales เฉลี่ยต่อวันในช่วงก่อนหน้าที่จะมีมาตรการ Uptick rule เทียบกับมูลค่า Short sales เฉลี่ยต่อวันหลังมาตรการดังกล่าวบังคับใช้ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลของเราพบว่า หุ้น 10 อันดับแรกที่เข้าข่ายได้ประโยชน์สูงสุดจะได้แก่ CHG, PLANB, COM7, SCC, TASCO, IVL, IRPC, BEM, RATCH, TMB
Export/Import: ติดตามตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกของไทยประจำเดือนเมษายนในวันนี้ โดยล่าสุดตลาดคาดการณ์หดตัวที่ระดับ 6.5% และ 3.0% ตามลำดับ ทั้งนี้มีประเด็นที่น่าติดตามได้แก่ กลุ่มสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะหมวด Hard disk drive ว่าจะมีการเติบโตในระดับสูงต่อหรือไม่ (+47% ในเดือนก่อน) หรือจะเริ่มชะลอลงแล้วหลังจีนมีการเปิดประเทศรวมไปถึงกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรที่มีการขยายตัวดีมากในเดือนก่อนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหมวดไก่สดแช่เย็น/แช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็น/แช่แข็งผักกับผลไม้กระป๋อง/แปรรูปอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงว่าเป็นกลุ่มที่เห็น Demand สูงขึ้นหลังเกิดวิกฤติ COVID-19 หากตัวเลขออกมาดีต่อในรอบนี้ อาจเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม FOOD และ AGRI ให้ปรับตัว Outperform ตลาดได้ต่อไป
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
........
ดูกราฟความเคลื่อนไหวดัชนีSET INDEX
https://th.investing.com/indices/thailand-set
ไม่อยากพลาดบทความดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ
