จีนระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในเดือนมีนาคมเพื่อปกป้องอุปทานในประเทศ
เล่าเท่าที่รู้ในช่วง Covid-19 EP4
ซั่มหุ้น หัวข้อ อ่านงบเป็น เห็นกำไร (ที่แท้ทรู)
เวลาดูงบ สัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่4-6 พค หุ้นที่งบออกมา 8-9ตัว มีบางตัว งบโต แต่ของจริงไม่มีประเด็นเช่น DCx กำไรโต20% จริงๆไม่ดี ลองแกะงบดูนะครับTU งบ กำไรลดลง 19% แต่ดูข้างใน งบดี อาจเกิดจากหลายอย่างรายได้โต5% แต่ต้นทุนเพิ่ม4%น้อยกว่า ทำให้ gpโต 15%แต่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรลดลง แสดงว่า operationดีมาก
ช่วงนี้ดีเพราะคนตุนอาหารแช่แข็ง แต่ช่วงสภาวะปกติจะดีแบบนี้ตลอดไหม ต้องพิจารณาเวลาดูงบ ดูแค่กำไรบรรทัดสุดท้ายไม่ได้ เลยเป็นที่มาของหัวข้อนี้
เช็คงบกำไรขาดทุน มีอะไรบ้าง1.เช็คความสามารถในการสร้างรายได้
2.การควบคุมต้นทุน
3.การควบคุมค่าใช้จ่าย
4.การเติบโตของกำไร
5.รายการพิเศษ
เราต้องดูที่ความเก่งของกิจการ โดยดูจากการสร้างรายได้ที่แท้จริงถ้ากำไรไม่ใช่มาจากรายได้โต อาจมาจากเรื่องการควบคุมต้นทุนถ้าเป็นสินค้าcommodity เช่นราคาน้ำมัน ถ่านหิน สินค้าเกษตรมีการผันผวนตามตลาดโลกอยู่แล้ว เช่น น้ำมันปาล์ม อาจดีหรือแย่ในบางช่วง โดยไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของกิจการ เป็นความบังเอิญที่กำไรดี
แต่ถ้าราคาวัตถุดิบกลับทิศ ก็อาจขาดทุนได้ส่งผลต่อผลประกอบการได้ต้องไปดูที่เหตุปัจจัยแต่ถ้าต้นทุนไม่เกี่ยวข้องกับcommodity แต่อาจมาจากการกดราคาผู้ผลิต หรือ OEM
ก็เป็นแค่ชั่วคราว ไม่สามารถทำได้ในระยะยาวแต่ความเก่งของกิจการ เป็นการหาของขายได้มากขึ้น หรือ ลูกค้าต้องการมากขึ้น ส่วนต้นทุนควบคุมได้ปานกลางก็พอ
สุดท้ายก็จะทำให้กำไรของกิจการเติบโตได้เช่น TUกำไรติดลบ19% คนอยู่บ้านช่วงCovid ก็ซื้อวัตถุดิบแช่แข็งมาตุน ทำให้ยอดขายดี และ มีmarginดี GPก็สูงขึ้น ถึงแม้กำไรลดลงสุดท้ายต้องดูรายการพิเศษเพิ่มขึ้นด้วยหรือเปล่า
อย่าลืมเช็คความแข็งแกร่งของกิจการ โดยดูได้จาก
1. DE Ratio
2. เงินสด
3. สินค้าคงเหลือ (เป็นกลุ่มสินค้าที่หมุนเร็วไหม)
4. ดูคุณภาพหนี้ : หนี้ที่ถึงกำหนดชำระใน1ปี ปกติกิจการจะออกหุ้นกู้ roll over
แต่ช่วงนี้ นักลงทุนก็ต้องเช็คดูมากขึ้น ก่อนลงทุนกิจการที่กำไรดี และ กระแสเงินสดดีด้วยการดูงบคร่าว เวลาดูงบกำไรขาดทุนถ้าเป็นมือใหม่จะตาลาย ต้องดูเป้าหมายว่าเป็นอย่างไรต้องดูรายรับและรายจ่ายก่อน เหลือเท่าไหร่ เป็นส่วนที่เก็บไว้ที่บริษัทมีการเพิ่มขึ้นทุกปีไหมแบ่งเป็นกรอบ หรือ เป็นสี ในแต่ละส่วน ให้ดูง่ายขึ้นแบ่งเป็นก้อน
รายได้ สีเขียว
ค่าใช้จ่ายสีส้ม
กำไร เป็นสีฟ้า
จะเริ่มดูง่ายขึ้น กิจการสร้างรายได้เก่งหรือไม่ โดยดูตัวอย่างงบปี62ของหุ้นตัวนึง
วิธีการทำตัวเลขเพื่อดูแนวโน้ม การคำนวณ จะคิดรายได้ครั้งนี้หารด้วยรายได้คราวที่แล้ว ลบด้วยหนึ่ง จะเห็นเทรนแนวโน้มของกิจการ
ส่วนบรรทัดอื่นๆก็copy สูตรลากลงมา ก็จะเห็นเทรนทุกบรรทัด
1.รายได้โตนิดหน่อย +3% แต่รายจ่ายติดลบเยอะกว่า -7%
สรุป ค่อนข้างดี ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงLineการผลิต และ ลดการโฆษณาลงด้วยทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเท่าตัวเลย
2.นอกจากนี้ ยังทำรายได้เทียบกับรายได้รวมคิดเป็น%หลังจากนี้ก็ทำทุกบรรทัด โดยlockสูตรด้วย เราจะเห็นอีกมุมนึงของงบการเงิน ต้นทุนปกติจะเทียบกับรายได้จากการขาย เห็นว่า ต้นทุนลดลง 7%มันจะวิ่งลงข้างล่าง (กำไร) ค่าใช้จ่ายการขาย ลดจาก 17% เหลือ 13.1% ถ้าเทียบรายได้เท่าเดิม ช่องกำไรสำหรับปี จะเพิ่มขึ้นจาก 6% เป็น 16%
Case study 2 กิจการขาดทุน แต่มีกระแสเงินสดเป็นบวก
ไม่ดี แต่ ไม่แย่สุด
หุ้นตัวนี้ เป็นหุ้นเดินเรือ
รายได้กิจการ ติดลบ 16% รายจ่าย ดูต้นทุน ค่าใช้จ่ายการขาย และ บริหาร รายจ่ายทรงๆ แต่รายได้ลดลง16% เราก็พอรู้ว่า marginจะน้อยลงมีการลงค่าเสื่อมในงบด้วย ปกติสามารถดูจากงบกระแสเงินสดได้กำไรก่อนภาษี หายไปพอสมควร จาก 1,200 เหลือ 400 ลบแต่ค่าใช้จ่ายทางการเงิน หรือดอกเบี้ยลดลงจาก 800เหลือ700 ลบ แน่นอนก็เจอว่าขาดทุน 300ลบ กลายเป็นว่า งบของเดินเรือ ติดลบง่าย งบกระแสเงินสด กิจการที่มีสินทรัพย์เยอะ เช่น กิจการเดินเรือมีการซื้อเรือและเช่าจะเกิดค่าเสื่อมราคาค่อนข้างสูง
เราจะดูอัตราส่วน EBITDA ซึ่งก็คือ กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี
เอาค่าเสื่อมมาบวกกลับ สี่งที่เกิดขึ้น ความเป็นจริงกระแสเงินสดไม่ได้ติดลบ เวลาซื้อสินทรัพย์เยอะ แต่ไม่ได้bookค่าใช้จ่ายในคราวเดียวแต่จะตัดเฉลี่ยไป เช่น เรือ 10-20ปี โดยดูจากหมายเหตุประกอบงบเพื่อจะได้matchกับรายได้ โดยตัดค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมของเรือเราจึงมาดูในเรื่อง CFO เป็นบวก ซึ่งกิจการไม่ได้แย่มากนักปัญหาของบริษัทที่มีหนี้เยอะ หนี้ที่ครบใน1ปีจะอยู่ในงบถ้าไม่มีครบกำหนด ก็ไม่มีประเด็นภาวะของหุ้นเดินเรือปีนี้เป็นอย่างไร ค่าเสื่อมอยู่ที่ 28%ของรายได้ ค่อนข้างเยอะมาก และ ค่าเสื่อมคิดเป็น50%ของต้นทุนถือเป็นสัดส่วนที่เยอะ
แต่ในช่วงของโรคระบาดCovid-19 แต่เมื่อพ้นวิกฤต วัฐจักรเดินเรือเริ่มกลับมา แต่ค่าเสื่อมเท่าเดิม รายได้เพิ่มขึ้นเมื่อพ้นค่าใช้จ่ายที่fixed cost จะวิ่งลงกำไร ซึ่งจะโตระเบิดเลย
ซึ่งทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Case study3
ขาดทุน แต่กระแสเงินสดเป็นบวกขาดทุนทางบัญชี ยังไม่คุ้มทางบัญชีที่ตัดมา กิจการไปรอด แต่ยังไม่น่าลงทุนตอนนี้แต่ถ้าเป็นกำไรพิเศษ ถ้าดูไม่ดี อาจโดนงบหลอก ราคาลงได้รายได้-4% , ค่าใช้จ่าย-5% พอดูกำไรสุทธิโต 3%แต่มาดูให้ดี รายการของรายได้มีรายการนึงแปลกๆ หุ้นเกี่ยวกับสื่อ
รายได้สุทธิจากการคืนคลื่นความถี่ 340ลบถ้าก้อนนี้เอาออก กลายเป็นว่า รายได้ลดลง ไม่ใช่-4% แต่เป็น -17% กำไรดีขึ้นนิดนึง กลายเป็นขาดทุนไม่น้อยเลย
คนที่รู้ก็ขาย ทำให้หุ้นลงเลย กระแสเงินสดเป็นบวก ค่าเผื่อการลดลงจากลิขสิทธิ์ 1800 ลบ เยอะมาก ทำให้มีกระแสเงิน +1900 ลบ
ดังนั้น กำไร ในงบการเงิน
1. กำไรสุทธิ ดูแค่บรรทัดนี้ยังไม่พอ
2. EBITDA ดูแค่ตรงนี้ ไม่เพียงพอ อาจดูROA ประกอบ
3. กระแสเงินสด บริษัทที่มีกำไรเท่ากัน อาจไม่ดีเท่ากัน
บริษัทแรก ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่บริษัทที่สอง ลงทุนเยอะเช่น ซื้อเรือ ถ้าต้องการกำไรเท่าเดิม ต้องลงทุนไปเรื่อยๆ กิจการแรกน่าสนใจมากกว่า ข้อ3 กระแสเงินสด มีเรื่อง Working capital เข้ามาประกอบ มีการซื้อสินค้าเข้าคลังหรือเปล่า งบกำไรดี ไม่จำเป็นต้องมีกระแสเงินสดดี
Case Study4
รายได้รวมโต2% และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กำไรโต 170%
ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนและบริษัทร่วม 120ลบซึ่งเป็นกำไรครั้งเดียวถ้าเอาออก กำไรจะลดลง 20%ซึ่งราคาหลังออกงบ ขึ้นตอน ATO หลังจากนั้นลงตลอด หุ้นตัวนี้ควรหลีกเลี่ยง
สุดท้ายนี้ ขอบคุณน้องAofที่มาให้ความรู้นะครับ