เปิดแอป

รอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลัก ผ่านรายงานดัชนี PMI พร้อมจับตา สถานการณ์ในตะวันออกกลา

เผยแพร่ 17/08/2026 17:15
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI ชะลอลงตามคาด อีกทั้ง ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ชะลอลงมากกว่าคาด ลดความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ

  • จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของบรรดาเศรษฐกิจหลัก

  • เงินดอลลาร์ยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk  โดยเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย ทว่า เงินดอลลาร์พร้อมกลับมาแข็งค่าขึ้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงขึ้น ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทได้ชะลอลง ทำให้การแข็งค่าของเงินบาทอาจติดแถวโซนแนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่ต้องรอลุ้น พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    32.85-33.40 บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนสิงหาคม รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ อาทิ ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนกรกฎาคม และยอดการจ้างงานรายสัปดาห์ โดย ADP นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานการประชุม FOMC ล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ล่าสุด ที่ช่วยคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยผู้เล่นในตลาดได้ให้โอกาสราว 93% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม  พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมทั้ง รอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้

  • ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยูโรโซน (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน และอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคม ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของทั้งยูโรโซนและอังกฤษ ในเดือนสิงหาคม รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ของอังกฤษ อย่าง ข้อมูลตลาดแรงงาน ที่ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของค่าจ้าง และยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนกรกฎาคม เป็นต้น ล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงมองว่า ECB มีโอกาสราว 61% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ และผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจเกิน 100% ว่า BOE จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้

  • ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนกรกฎาคม ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนสิงหาคม รวมถึง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจญี่ปุ่น ในไตรมาสที่ 2 โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 60% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญประจำเดือนกรกฎาคม เช่น ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) และยอดการลงทุนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets Investment) รวมถึง ข้อมูลราคาบ้าน (New/Used Home Prices) ที่จะช่วยสะท้อนแนวโน้มภาคอสังหาฯ ของจีน ทั้งนี้ การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจจีน อาจทำให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) ที่ระดับ 3.00% และ 3.50% สำหรับระยะ 1 ปี และ 5 ปี ตามลำดับ ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.75% หลังอัตราเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1.5%-3.5% อีกทั้ง ค่าเงินรูเปียะห์ (IDR) ได้กลับมาทยอยแข็งค่าและมีเสถียรภาพมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้า

  • ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า เศรษฐกิจไทยอาจโตเพียง +1.8%y/y ชะลอลงมากจากที่โตกว่า +2.8%y/y ในไตรมาสแรก กดดันโดยผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทว่า เศรษฐกิจยังพอได้แรงหนุนจากทั้งกระแส AI Boom และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ/บรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) เดือนกรกฎาคม ที่อาจขยายตัวในอัตราที่สูงต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor รวมถึงการลงทุนใน Data Center ภายใต้กระแส AI Boom

1

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย