เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
เมื่อคืนที่ผ่านมากระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของ สหรัฐเดือน เม.ย. MoM ปรับตัวลง 1.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเป็นการปรับตัวลงรุนแรงใกล้เคียงกับช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 โดย PPI เป็น ดัชนีที่สะท้อนอุปสงค์ต่อสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย (Final Demand) ซึ่งเป็นอุปสงค์ที่ แท้จริง โดยการปรับตัวลงของดัชนีราคาผู้ผลิตในครั้งนี้ร้อยละ 80 เป็นการปรับตัวลง ของ Final Demand Goods โดยปรับตัวลง 3.3% ขณะที่เหลืออีกร้อยละ 20 เป็นการ ปรับตัวลงของ Final Demand Service โดยปรับตัวลง 0.2%
ซึ่งการปรับตัวลงของความต้องการในสินค้าสัดส่วนใหญ่เป็นการปรับตัวลงจากมากต่อ ความต้องการในสินค้าพลังงาน โดยลดลงกว่า 56.6 % และเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนก.พ.1947 ซึ่งท าให้ดัชนีราคาพลังงานปรับตัวลง 19 % ขณะที่ความ ต้องการด้านอาหารบางชนิดเช่น เนื้อวัว เพิ่มสูงขึ้น 12.6 % ส่งผลให้ดัชนีราคาอาหาร ปรับตัวลงที่ 0.2% ด้านความต้องการในการบริการได้รับผลกระทบเล็กน้อย โดยดัชนี ราคาการขนส่งและคลังสินค้าปรับตัวลดลง 3.5% ขณะที่ส่วนต่างการบริการด้านการซื้อ ขายกลับปรับตัวสูงขึ้น 1.6%
ซึ่งการปรับตัวลงของความต้องการในสินค้าสัดส่วนใหญ่เป็นการปรับตัวลงจากมากต่อ ความต้องการในสินค้าพลังงาน โดยลดลงกว่า 56.6 % และเป็นการลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนก.พ.1947 ซึ่งท าให้ดัชนีราคาพลังงานปรับตัวลง 19 % ขณะที่ความ ต้องการด้านอาหารบางชนิดเช่น เนื้อวัว เพิ่มสูงขึ้น 12.6 % ส่งผลให้ดัชนีราคาอาหาร ปรับตัวลงที่ 0.2% ด้านความต้องการในการบริการได้รับผลกระทบเล็กน้อย โดยดัชนี ราคาการขนส่งและคลังสินค้าปรับตัวลดลง 3.5% ขณะที่ส่วนต่างการบริการด้านการซื้อ ขายกลับปรับตัวสูงขึ้น 1.6%
แต่อย่างไรก็ตามธนาคารกลางและภาครัฐของสหรัฐ ได้ใช้มาตรการต่างๆเพื่อเรียก ความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาอีกครั้ง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ประธาน FED กล่าวแถลงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดและระบุว่าสภาคองเกรสควรจะมีบทบาทมาก ขึ้นในการรับมือกับวิกฤตการณ์ ด้วยการใช้มาตรการทางภาษี และการใช้จ่ายของรัฐ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th
