เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
เช้าวันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ได้รายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของประเทศจีน (PMI) ภาคการผลิต (Manufacturing) อยู่ที่ระดับ 50.8 ต่ำกว่าระดับที่ตลาดคาดการณ์ที่ 51.0 และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.0 และนอกภาคการผลิต (Non-Manufacturing) อยู่ที่ระดับ 53.2 ซึ่ง PMI ทั้งสองส่วนยังอยู่ในระดับการขยายตัว และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองหลังเศรษฐกิจจีนทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงต้นปี จากการปิดเมืองอู่ฮั่นซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน เพื่อระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19
ซึ่งการฟื้นตัวของดัชนี PMI ของจีนถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน และจะยืนยันถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนที่เริ่มกลับมาดำเนินการเป็นปกติมากขึ้น หลังจากเริ่มทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะภาคการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ จากการเปิดเมืองอู่ฮั่นซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการผลิตดังกล่าว อีกทั้งจะส่ง ผลบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลกในระยะถัดไป เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของ จีนในปัจจุบันมีสัดส่วนคิดเป็น 16% ของขนาดเศรษฐกิจโลก และการผลิต ภาคอุตสาหกรรมคิดเป็น 40% ของการผลิตอุตสาหกรรมโลก
ขณะที่เมื่อคืนนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 1/20 หดตัวลง 4.8% ซึ่งหดตัวกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะหดตัว 3.5%
ด้านผลการประชุม FED เมื่อคืนนี้ที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% ขณะเดียวกันเฟดยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าว จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้น และเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยประธาน FED กล่าวว่านโยบายการเงินที่ FED นำมาใช้ในขณะนี้มีความเหมาะสมและตรงตามวัตถุประสงค์ และโครงการเงินกู้ฉุกเฉินของ FED ยังคงเปิดกว้างและสามารถดำเนินโครงการได้มากขึ้นอีก และจะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในปริมาณที่มีความจำเป็น ต่อไปเพื่อสนับสนุนการทำงานของตลาด
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th
