ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาเงินและทองคำนั้นต่างก็เป็นตลาดขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเพราะได้รับอิทธิพลมาจากสงครามทางการค้าและจากนโยบายผ่อนคลายการเงินจากเฟด
เงิน หรือชื่อเล่นคือ ทองของคนจน จะมีชะตากรรมเดียวกับทอง เนื่องจากความหวังที่เพิ่มขึ้นจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ จีนเป็นตัวทำให้สินทรัพย์ที่ปลอดภัย (safe-haven) นั้นมีกำลังซื้อขายที่อ่อนลง
แต่ก็มีเสียงแย้งมาว่า คำอธิบายนี้สามารถใช้กับเงินได้ด้วยหรือ เพราะเงินไม่ได้นับเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกเหนือจากความแวววาวที่มีค่าอุปสงค์ในตลาดเครื่องประดับแล้ว เงินยังถือเป็นอุตสาหะกรรมโลหะที่มีการระบุว่ามีค่าภายใต้การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
และในยุคที่มีการขายสินค้าทุกอย่างที่มีค่า แม้กระทั่งแร่ที่มีค่าเปรียบดั่งกษัตริย์ของเหล่าโลหะอย่าง แพลเลเดียม นั่นไม่น่าแปลกใจเมื่อเงินก็เข้ามาสู่เวทีนี้เช่นกัน
การเคลื่อนไหวของเงินตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน
ครั้งสุดท้ายที่เงินทำได้ดีคือเมื่อปี 2016 ในปี 2019 การเริ่มต้นซื้อขายได้ไม่ดีนัก หลังจากที่ซบเซาตั้งแต่เดือนก.พ.ถึงพ.ค. เงินก็ปรับตัวดีดขึ้น 23% ระหว่างเดือน มิ.ย. และ ส.ค หลังจากนั้นเส้นก็วิ่งไม่สม่ำเสมอ ในเดือนก.ย.เงินปรับลดลงมา 7% และปรับขึ้น 6% เมื่อเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่จะกลับไปสู่จุดเดิมตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. ราคาปัจจุบันของเงินอยู่ที่ประมาณ $16.75 ต่อออนซ์ ในตลาดให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ระดับโลก COMEX เงินยังทำกำไรที่ 10% ในปีนี้มีความเสี่ยงรออยู่ไหม?
นักลงทุนบางคนเห็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้นสำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นโลหะในระยะยาว
เหตุผลก็คือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ หรืที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ (CTAs) กำลังจะเปลี่ยนผู้ขายเงินแบบรายคนเป็นรูปแบบกลุ่ม
“เงินกำลังวิ่งไล่ทองเนื่องจาก CTAs เปลี่ยนผู้ขายด้วยราคาที่ต่ำกว่า $17.32 เหรียญต่อออนซ์ นักวิเคราะห์ที่โบรกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคาร TD Securities ให้ความเห็นไว้เมื่อวันจันทร์
อย่างไรก็ตามนาย พอล โรบินสัน นักยุทธศาสตร์ด้านสกุลเงิน ระบุว่าเงินได้รับผลกระทบหนักกว่าทองคำ
ช่องโหว่ในการขายต่อ
นายโรบินสัน กล่าวว่า ช่วงขาลงของตลาดโลหะอยู่ในระดับเดียวกับแรงที่เกิดขึ้นในช่วงการเคลื่อนลงสองครั้งจากจุดสูงสุดในต้นเดือน ก.ย. เขายังกล่าวเพิ่มว่า “หากเงินยังทำระดับต่ำสุดกว่าเดือนตุลาคม การขายเงินจะเริ่มยากขึ้น เนื่องจากไม่มีแรงหนุน”“เส้นแนวรับที่เห็นนั้นมาจากเส้นค่าเฉลี่ย MA 200 วัน ซึ่งมีจุดสูงสุดคู่กันคือ เดือนม.ค.และก.พ. ซึ่งก็ไต่ระดับไปอยู่ที่ระดับเส้นที่ 16 ที่เป็นบริเวณสำคัญที่ต้องจับตามองว่าราคาจะตกลงอย่างต่อเนื่องในวันหรือสองวันข้างหน้า”มีเทรนของการติดลบในระยะสั้นที่มองเห็นจากเส้นวัดบนอินดิเคเตอร์
ในหมายเหตุของนักวิเคราะห์ของ ADMIS ได้ระบุว่า
“การที่ปิดต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 9 วันนั้นเห็นได้ว่าเป็นเทรนของการติดลบในระยะสั้น ”
