พาลาเดียมขยับขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ส่วนทองคำยังทำได้แค่มอง

เผยแพร่ 02/10/2019 15:02

หลังจากที่เงียบหายไปหลายเดือน ล่าสุดพาลาเดียมก็ได้ปรับตัวขึ้นทำลายสถิติใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดีของนักลงทุนในช่วงที่ทองคำเริ่มอ่อนแรงลงหลังจากที่ฟื้นตัวขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานถึง 5 เดือน

ราคาของพาลาเดียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้เพื่อลดกระบวนการเผาไหม้ในเครื่องยนต์เบนซินนั้นได้ไต่ขึ้นมาราว 33% แล้วในปีนี้

หลังจากที่ในเดือนมีนาคมและพฤษภาคม รวมทั้งช่วงหนึ่งของเดือนกรกฎาคม ราคาของพาลาเดียมมีการปรับลดลงไปบ้าง แต่ขณะนี้พาลาเดียมได้กลับมาครองตำแหน่งแร่โลหะอันทรงคุณค่าได้อีกครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พาลาเดียมก็เปรียบเสมือนเป็น “เด็กเก่าในวงการ” ซึ่งขึ้นทำผลงานได้ดีจนทองคำทำได้แค่มอง

ในช่วงการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคา สัญญาซื้อขายพาลาเดียมล่วงหน้า ในตลาด Comex ในนิวยอร์คปรับตัวขึ้นทำลายสถิติสูงสุดได้ที่ระดับ $1,669.40 ก่อนจะปิดตลาดลดลง $5.40 หรือคิดเป็น 0.3% ไปอยู่ที่ $1,647.50 ต่อออนซ์

Palladium 300-Min Chart - Powered By TradingView

กราฟราคาสัญญาซื้อขายพาลาเดียมล่วงหน้าราย 300 นาที - สร้างโดย TradingView

เฉพาะในเดือนกันยายน ราคาสัญญาซื้อขายพาลาเดียมล่วงหน้าปรับขึ้นมาแล้วกว่า 9% ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับที่ปรับขึ้นตลอดช่วงไตรมาสที่สามเลยทีเดียว

ราคาซื้อขายพาลาเดียม ซึ่งเป็นราคาซื้อขายแร่พาลาเดียมโดยตรงนั้นก็ไต่ขึ้นทำลายสถิติได้ที่ระดับ $1,702.20 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเช่นกันก่อนที่จะกลับตัวลงไปปิดตลาดในแดนลบ

การปรับตัวขึ้นของราคาพาลาเดียมเกิดจากความกลัวที่จะเกิดการขาดแคลน รวมทั้งเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการที่พาลาเดียมเริ่มได้รับความนิยมอีกครั้งนั้นเกิดจากความกังวลว่าแร่โลหะชนิดนี้จะเกิดการขาดแคลน และคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ น่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีนซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกได้ แม้ว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศจะดูเหมือนมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งก็ตาม

นายฟิลิป สไตรเบิล นักกลยุทธ์จากบริษัท RJO Futures ในชิคาโกกล่าวว่า

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทิศทางของพาลาเดียมนั้นขึ้นอยู่ผลของข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจริงๆ”

“แน่นอนว่าตลาดทราบถึงโอกาสในการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่ปัจจัยในเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้พาลาเดียมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาวได้ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความกลัวที่จะเกิดการขาดแคลนแร่ตัวนี้มากกว่าที่จะสามารถทำให้ราคาขยับขึ้นต่อได้”

นายจอห์นสัน แมทตี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการคัดกรองแร่โลหะคาดเอาไว้ว่าในปี 2019 จะเกิดการขาดแคลนแร่พาลาเดียมจำนวน 127,000 ออนซ์ หลังจากที่ปีที่แล้วนั้นมีปริมาณที่ผลิตได้มากเป็นประวัติการณ์ถึง 375,000 ออนซ์

นายเจฟฟรีย์ คริสเตียน หุ้นส่วนผู้บริหารกลุ่มบริษัท CPM จากนิวยอร์คให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า

“ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตนั้นยังคงมีสูง แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนที่ต้องการให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีนักลงทุนอีกบางส่วนที่เคยถือทองคำ เงิน และทองคำขาวซึ่งในขณะนี้ราคากำลังลดลงก็หันมาหาพาลาเดียมด้วย”

“มีความกังวลอยู่มากว่าพาลาเดียมจะเกิดการขาดแคลน ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือผู้ที่ถืออยู่ก็ไม่อยากจะขายในระดับราคาปัจจุบัน จึงรอดูว่าราคาจะขึ้นต่อไปได้อีกแค่ไหน ก่อนที่จะเริ่มขายทำกำไร”

ราคาทองคำร่วงลงแตะจุดต่ำสุด

การที่ราคาพาลาเดียมขยับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้ทองคำปรับตัวลดลงไปอยู่ที่จุดต่ำสุดในรอบสองเดือนในสัปดาห์นี้ หลังจากที่สามารถยืนอยู่เหนือระดับ $1,500 มาได้ตลอดตั้งแต่เดือนสิงหาคม

ในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบในเดือนธันวาคมปรับตัวลดลง $33.50 หรือคิดเป็น 2.2% ไปอยู่ที่ระดับ $1,472.90 ต่อออนซ์ในตลาด Comex ของนิวยอร์ค โดยมีการซื้อขายต่ำสุดของวันอยู่ที่ระดับ $1,470.65 ซึ่งถือว่าเป็นการทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมเป็นต้นมา

Gold 300-Min Chart - Powered by TradingView

กราฟราคาทองคำราย 300 นาที - สร้างโดย TradingView

ราคาสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าปรับลดลงราว $100 หรือมากกว่า 6% หลังจากที่เคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบหกปีได้ที่ระดับ $1,565 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการที่ราคาทองคำทะลุลงมานั้นเกิดจากการที่ราคาลงมาต่ำกว่าราคาต่ำสุดของวันที่ 18 กันยายนที่ระดับ $1,490.70 ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญนั่นเอง

นายสไตรเบิลจากกลุ่มบริษัท RJO Futures กล่าวว่า

“ขณะนี้ทองคำกำลังทำรูปแบบ head-and-shoulders ขาลงอยู่ และราคาก็น่าจะปรับลงไปได้ถึง $1,450 หากยังคงมีแนวโน้มเช่นนี้ต่อไป”

ทิศทางของทองคำได้รับอิทธิพลมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งวัดเปรียบเทียบจาก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบสี่สัปดาห์ได้ที่ระดับ 99.113 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเนื่องจากดอลลาร์ได้กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยในสายตานักลงทุนอีกครั้งเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการรับมือกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

นอกจากนี้ ทองคำยังเริ่มมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่ลดลง หลังจากที่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาใหญ่หลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับน้ำมัน เมื่อซาอุดิอาราเบียแจ้งว่าจะสามารถดำเนินการซ่อมแซมโรงกลั่นน้ำมันที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีในวันที่ 14 กันยายนให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นซาอุดิอาราเบียก็ไม่มีทีท่าว่าจะโต้ตอบด้วยการใช้กำลังทางทหารกับอิหร่านซึ่งตนคาดว่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด ทำให้ทองคำเริ่มไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะหนุนให้ราคาขยับตัวสูงขึ้นต่อได้

...แต่ก็มีผู้ที่เชื่อว่าทองคำจะยังทรงตัวอยู่ได้

กลุ่มบริษัทธนาคารและโบรกเกอร์ TD จากแคนาดายังคงเชื่อว่าทองคำจะสามารถยืนอยู่ที่ระดับ $1,600 ได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยกล่าวว่าจากตัวบ่งชี้ทางเทคนิคทั้งหมด 75 รายการ มีจำนวนถึง 43% ที่ชี้ว่าทองคำจะยังมีราคาเพิ่มขึ้นได้

กลุ่ม TD เสริมว่า

“ในความเป็นจริงแล้ว สัญญาณจากกราฟราคาทองคำเป็นกรณีที่น่าสนใจที่สุดในบรรดาหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ได้ทำการวิเคราะห์ เนื่องจากทองคำยังมีเปอร์เซ็นต์ที่จะปรับตัวขึ้นต่อได้สูงที่สุดเมื่อพิจารณาจากเส้น MA แบบ 60 วัน”

“การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการที่ราคาทองคำปรับลดลงน่าจะเกิดจากปัจจัยรองที่เกิดจากเรื่องของความตื่นตระหนกของนักลงทุนในช่วงเวลาหนึ่งมากกว่าที่จะเป็นปัจจัยหลักที่มีผลกระทบโดยตรง เพราะราคาในระดับปัจจุบันยังคงถือว่าแข็งแกร่งอยู่”

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย