ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ที่ลดลงไปจำนวนมากกลับสู่ภาวะปกติแล้วหรือยัง?

เผยแพร่ 26/09/2019 11:28

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมาคือสิ่งที่จะสามารถพยากรณ์อนาคตได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง

ข้อมูลในอดีตที่มีวงจรของการเกิดขึ้นเหมือนกันจนน่าประหลาดใจนั้นอาจพยากรณ์อนาคตได้แม่นยำกว่าข้อมูลปริมาณสำรองของน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ก็เป็นได้

ทุกครั้งที่ฤดูกาลขับรถท่องเที่ยวในสหรัฐฯ ในช่วงหน้าร้อนกำลังใกล้จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนสิงหาคม นักลงทุนในตลาดก็มักจะตั้งคำถามอยู่เสมอว่า การลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองที่เกิดขึ้นตลอดช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

หากพิจารณาตามข้อมูลในอดีตขององค์กรข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ก็จะได้คำตอบว่า น่าจะสิ้นสุดไปแล้ว

แนวโน้มที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วกับปีนี้ยังเหมือนเดิม

ปริมาณน้ำมันสำรองที่ลดลงมากมักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูกาลขับรถท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อน และโดยทั่วไปก็จะเริ่มน้อยลงในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และหากพ้นวันหยุดแรงงานไปแล้วซึ่งมักจะเป็นช่วงสัปดาห์ของเดือนกันยายนเป็นต้นไป ก็จะเรียกได้ว่าหมดฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

U.S. Crude Inventories - 2018

ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ในปี 2018

เมื่อปีที่ผ่านมา มีปรากฎการณ์เกี่ยวกับการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองบางอย่างที่ดูแตกต่างไปอยู่บ้าง กล่าวคือ สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 สิงหาคม (จากรายงานของ EIA วันที่ 22 สิงหาคม) ปริมาณน้ำมันสำรองลดลงไป 5.8 ล้านบาร์เรล หลังจากนั้นอีกสามสัปดาห์ต่อมาในวันที่ 7 กันยายน (จากรายงานของ EIA วันที่ 12 กันยายน) ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ก็ยังคงปรับลดลงไปในปริมาณมาก โดยปริมาณที่ลดลงไปในช่วงสี่สัปดาห์มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 18 ล้านบาร์เรล

สำหรับในปีนี้ รูปแบบดังกล่าวก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง มิหนำซ้ำปริมาณน้ำมันที่ลดลงนั้นยังมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

U.S. Crude Inventories - 2019

ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ในปี 2019

ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 สิงหาคม (จากรายงานของ EIA วันที่ 21 สิงหาคม) ปริมาณน้ำมันสำรองลดลงไป 2.7 ล้านบาร์เรล จากนั้นในสามสัปดาห์ต่อมาในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 6 กันยายน (จากรายงานของ EIA ในวันที่ 11 กันยายน) ปริมาณน้ำมันสำรองยังลดลงไปอย่างต่อเนื่อง รวมสี่สัปดาห์ลดลงไป 24.4 ล้านบาร์เรล

ตั้งแต่นั้นมา EIA มีข้อมูลที่แสดงว่าปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นเพียงครั้งเดียวคือสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 กันยายน ซึ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้น 1.06 ล้านบาร์เรล

ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ น่าจะเริ่มมีมากขึ้นจากนี้เป็นต้นไป

เว้นเสียแต่ว่าตัวเลขจากรายงานของ EIA ที่จะประกาศออกมาในวันพุธนี้สำหรับรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 กันยายน เวลา 10:30 AM ET (14:30 GMT) จะยังมีค่าลดลงไปอีก ซึ่งก็จะหมายความว่านับจากวันนี้เป็นต้นไป ปริมาณน้ำมันสำรองจะเริ่มกลับมามีมากขึ้นเรื่อยๆ

นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่าไม่น่าแปลกใจเลยหาก EIA จะรายงานว่ามีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มมากขึ้นหลังจากช่วงที่มีฝนตกหนักในรัฐเท็กซัสเมื่อสัปดาห์ก่อนซึ่งส่งผลกระทบกับโรงกลั่นน้ำมันอย่างมาก ตัวอย่างเช่นบริษัท Exxon Mobil ซึ่งปกติผลิตน้ำมันได้ 370,000 บาร์เรลต่อวันต้องหยุดกิจการในเมืองโบมอนต์ รัฐเท็กซัสในวันพฤหัสบดีไปชั่วคราวเนื่องจากเกิดน้ำท่วม

ข้อมูลคลังน้ำมันสำรอง เบื้องต้นจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า EIA น่าจะมีการรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 กันยายน

ข้อมูลของ API ระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบสำรองในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวสูงขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล ขัดแย้งกับการคาดการณ์ของตลาดส่วนใหญ่ซึ่งคาดไว้ว่าจะปรับลดลง 250,000 บาร์เรล

ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่สิ้นสุดในวันที่ 13 กันยายน API ชี้ว่าปริมาณน้ำมันดิบมีเพิ่มขึ้น 592,000 บาร์เรล และ EIA ก็รายงานออกมาว่ามีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้น 1.06 ล้านบาร์เรล

แม้ว่าตัวเลขที่รายงานออกมาจากทั้งสองสถาบันจะไม่ตรงกันเนื่องจากมีเกณฑ์การวัดที่แตกต่างกัน กล่าวคือ API จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกที่ยินดีเปิดเผยข้อมูล ส่วน EIA ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีสิทธิ์ขอข้อมูลจากธุรกิจในกลุ่มพลังงานของสหรัฐฯ ได้ทั้งหมด แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากทั้ง API และ EIA แล้ว สิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องแนวโน้มของทิศทาง

ในขณะที่ทุกคนกำลังรอตัวเลขปริมาณน้ำมันสำรองที่แน่นอนจากรายงานของ EIA วิธีที่จะทำให้คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำอีกวิธีหนึ่งก็คือการย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีตนั่นเอง

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย