ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทอรามโกที่เมืองอับกาอิกและคูราอิสกลายเป็นหัวข้อที่ดึงดูดความสนใจ ของตลาดน้ำมันได้เป็นอย่างมากในสัปดาห์นี้ โดยส่วนใหญ่จะพูดกันใหญ่โตถึงเรื่องภูมิศาสตร์ทางการเมือง ที่มองไปถึงจุดประสงค์ของการกระทำนี้ว่าจะเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่สุดต่อไปจะเป็นอย่างไร และหลายคนเริ่มเกิดความกังวลว่าจะเกิดสงครามขึ้นด้วยซ้ำ นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยและภูมิศาสตร์การเมืองซึ่งมักจะเป็นผู้ที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับตลาดน้ำมันหรือการผลิตน้ำมันต่างก็ยืนยันว่าการโจมตีในครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำมันทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจโลกเป็นเวลานานหลายเดือน แต่พวกเขากลับคิดผิด
แต่ถึงกระนั้นสถานการณ์นี้ก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการตีความและการทำความเข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมน้ำมันอย่างแม่นยำนั้นมีความสำคัญเพียงใด
กราฟราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสราย 5 ชั่วโมง
“กำลังการผลิต” กับ “ปริมาณการผลิต”
เมื่อมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาในการใช้เพื่อซ่อมแซมโรงกลั่นที่เมืองอับกาอิกและคูราอิส หลายคนก็ยังสับสนกับคำว่า “กำลังการผลิต” กับ “การผลิต” อยู่ ปัจจุบันบริษัทอรามโกถือเป็นบริษัทที่มี กำลังการผลิตมากที่สุด ในโลกอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน คำว่า “กำลังการผลิต” หมายถึงปริมาณน้ำมันที่บริษัทหนึ่งสามารถผลิตได้สูงสุดในแต่ละวันหากมีทรัพยากรที่จำเป็นเพียงพอ แม้ในช่วงเหตุการณ์ปกติ บริษัทอรามโกยังน่าจะจำเป็นต้องใช้เวลาราวสามเดือนก่อนที่จะสามารถปรับกำลังการผลิตให้เป็น 12 ล้านบาร์เรลต่อวันได้
ส่วนคำว่า “ปริมาณการผลิต” หมายถึงปริมาณน้ำมันที่บริษัทสามารถผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์โจมตีในครั้งนี้ บริษัทอรามโกผลิตน้ำมัน 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวันตามโควต้าที่โอเปกกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความเสียหายรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องปกติที่การเข้าทำการซ่อมแซมจะทำให้ปริมาณการผลิตลดลงบางส่วน และเมื่อทำการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยจึงจะสามารถกลับมาผลิตได้ในปริมาณเท่าเดิมอีกครั้ง หรือหากจะผลิตให้เต็มกำลังการผลิตก็สามารถทำได้
หลังจากที่ถูกโจมตี บริษัทอรามโกก็ลดปริมาณการผลิตลง 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวันเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันที่เมืองอับกาอิกยังใช้การไม่ได้และบ่อน้ำมันส่วนหนึ่งที่เมืองคูราอิสก็ได้รับความเสียหาย บริษัทรายงานว่าการผลิตน้ำมันครึ่งหนึ่งของ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้นกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วในวันจันทร์ และบริษัทคาดว่าจะกลับมาผลิตให้ถึง 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ภายในสิ้นเดือนกันยายน ดังนั้นเมื่อถึงเวลานั้นบริษัทก็น่าจะกลับมามีกำลังการผลิตได้ถึง 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจะฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์เพื่อให้มีกำลังการผลิต 12 ล้านบาร์เรลต่อวันได้เหมือนเดิมภายในเดือนพฤศจิกายน
“ปริมาณการผลิต” กับ “ปริมาณน้ำมัน”
หลายครั้งคำว่า “ปริมาณการผลิต” กับคำว่า “ปริมาณน้ำมัน” ก็มักจะใช้กันอย่างสับสน แต่ทั้งสองคำไม่เหมือนกัน ความแตกต่างของปริมาณการผลิต (ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น) กับปริมาณน้ำมันคือ “ปริมาณน้ำมัน” หมายถึงน้ำมันที่ปล่อยออกสู่ตลาด แต่อย่างไรก็ตามในบางครั้งหลายบริษัทก็อาจผลิตน้ำมันแล้วเก็บเอาไว้ก็ได้ นายอามิน นาสเซอร์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทอรามโกเปิดเผยว่าบริษัทมีน้ำมันสำรองเก็บไว้ 60 ล้านบาร์เรล แม้ว่าข้อมูลจากองค์กรดาวเทียมและการวิเคราะห์จะชี้ว่าบริษัทอรามโกน่าจะมีน้ำมันสำรองมากถึง 73.1 ล้านบาร์เรลเก็บไว้ในซาอุดิอาราเบีย
ปริมาณน้ำมันที่ถูกเก็บไว้นี้ไม่ได้นับเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณน้ำมันที่มีทั่วโลก นอกจากนี้ น้ำมันบางส่วนจะใช้เฉพาะภายในประเทศ และหลายครั้งที่บริษัทอย่างอรามโกก็กันน้ำมันส่วนหนึ่งไว้สำหรับใช้ภายในประเทศโดยไม่จำหน่ายในตลาดเสรี
ปริมาณน้ำมันที่มีทั้งหมดในตลาดเสรีจึงมักจะมีความเกี่ยวข้องกับมูลค่าที่แท้จริงของน้ำมัน บริษัทอรามโกจึงต้องการรักษาระดับปริมาณน้ำมันในตลาดในช่วงที่ปริมาณการผลิตลดลงอันเนื่องมาจากการถูกโจมตีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยออกมายืนยันอย่างมั่นใจว่าขอให้เชื่อมั่นได้ว่าลูกค้า 99% จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทยังมีน้ำมันสำรองจากแหล่งอื่นๆ ที่พร้อมส่งมอบให้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นปริมาณน้ำมันในตลาดเสรีจึงไม่ได้รับผลกระทบในวงกว้างแม้ว่าปริมาณการผลิตจะลดลงก็ตาม
ผลกระทบจากการเพิ่มเติมปริมาณน้ำมันสำรอง
นักวิเคราะห์มักจะมุ่งเน้นไปที่คำว่า “ปริมาณการผลิต” ส่วนหนึ่งเพราะปริมาณการผลิตเป็นตัวเลขที่เปิดเผยออกมาให้เห็นได้ชัดกว่าปริมาณน้ำมัน ตัวอย่างเช่น กลุ่มโอเปก OPEC มีการเปิดเผยตัวเลขปริมาณการผลิตและควบคุมปริมาณการผลิตของประเทศสมาชิก เนื่องจากตัวเลขปริมาณการผลิตเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์มาก การติดตามข้อมูลดังกล่าวจึงมีความสำคัญกับนักลงทุน นี่จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดการโจมตีในครั้งนี้จึงจะสามารถสร้างแรงกดดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลงในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ได้
กราฟราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ราย 5 ชั่วโมง
ในขณะที่บริษัทอรามโกกำลังดำเนินการซ่อมแซมโรงกลั่นอยู่นี้ บริษัทก็จะนำเอาน้ำมันสำรองที่มีมาจำหน่ายให้กับลูกค้าแทน เป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่บริษัทอรามโกนำน้ำมันสำรองที่มีมาจำหน่ายแทนเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าในช่วงที่ยังต้องปรับลดปริมาณการผลิตภายใต้ข้อกำหนดของโอเปก
บริษัทอรามโกน่าจะกลับมาผลิตน้ำมันมากขึ้นอีกครั้งเพื่อนำมาเติมเต็มให้กับปริมาณน้ำมันสำรองซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของบริษัท โดยบริษัทน่าจะเร่งเติมปริมาณน้ำมันสำรองให้เร็วที่สุด และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อใด นักวิเคราะห์ก็จะเริ่มรับรู้ได้ถึงปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น (แม้ว่าจะไม่นับเป็นปริมาณน้ำมันในตลาดก็ตาม) และย่อมทำให้เกิดการกดราคาน้ำมันลงได้ในที่สุด
