ทองทําสถิติสูงสุดใหม่จากความกังวลเรื่องอิหร่าน; เงินพุ่งเหนือ $90/ออนซ์
คู่เงิน USD/JPY ยังคงรอผลการตัดสินใจในเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่นอยู่ว่าจะดิ่งเป็นขาลงหรือกลับเป็นขาขึ้นต่อกันแน่ ปัจจัยต่อนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้คาดการณ์ทิศทางของสกุลเงินคู่นี้ได้ง่ายขึ้น
การซื้อขายดอลลาร์และเยนในช่วงนี้เป็นช่วงที่ถือว่ามีความผันผวนพอสมควร นักลงทุนจะต้องหาแนวทางของตลาดซึ่งในขณะนี้ยังคงไม่ชัดเจนและอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทคาดหวังว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดเบสิสภายในสิ้นปีนี้เพื่อที่จะประคับประคองภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว รวมถึงความกังวลว่าจะเกิดการถดถอย และผลกระทบจากสงครามทางการค้า
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ดอลลาร์มีผลตอบแทนน้อยลงเนื่องจากราคาที่ปรับลดลงนั่นเอง แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นได้ว่าตลาดได้มีการคาดการณ์ไว้อย่างกว้างขวางอยู่แล้วว่าจะต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งก็หมายความว่าตลาดรับรู้เรื่องดังกล่าวและได้ตอบสนองไปแล้ว แล้วค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ จะเป็นอย่างไร? เพราะอย่างน้อยเงินดอลลาร์ในขณะนี้ก็ไม่ได้อยู่ในแดนลบ
ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะยังสูงกว่าเงินเยน และมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น จะยังไม่นำมาตรการใดออกมาใช้ การคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงทำให้ดอลลาร์เริ่มมีโมเมนตัมที่น่าจะร่วงลงได้เมื่อเทียบกับเงินเยน ในอีกมุมหนึ่ง ความต้องการถือครองพันธบัตรโดยรวมยังคงมีสูงขึ้นทั่วโลกเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสูงและยังคงถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหลักทรัพย์อื่นๆ
จากปัจจัยทั้งทางด้านลบและด้านบวกต่างๆ ข้างต้น นักลงทุนจึงยังมีความลังเลระหว่างการผลักดันให้ดอลลาร์-เยนไปในขาลงต่อไปหรือจะลุ้นให้มีการกลับตัวมากกว่ากัน
กราฟราคาเงิน JPY รายวัน
คู่สกุลเงินดอลลาร์-เยนสามารถทะลุกรอบราคาขาลงที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมขึ้นไปพ้นกรอบบนได้เล็กน้อย ทำให้เกิดแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นขึ้น ซึ่งลากมาจากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคมที่ไปชนกับขอบล่างของกรอบราคาขาลงที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา
ราคารูปแบบ shooting star เมื่อวานนี้เป็นสัญญาณขาลง แต่แนวรับที่อยู่เหนือเส้น 100 DMA เป็นสัญญาณขาขึ้น ดังนั้นหากราคาไปปิดเหนือ shooting star ได้ โอกาสที่จะปรับเป็นขาขึ้นระยะสั้นก็น่าจะมีสูงขึ้นจนกว่าจะขึ้นไปทดสอบเส้น 200 MA ได้ที่ระดับเหนือกว่า 109
แต่หากราคาปิดได้ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของวันที่ 16 กันยายนที่ระดับ 107.48 และยังคงอยู่ในกรอบราคาขาลงอยู่ แนวโน้มก็น่าจะยังเป็นขาลงต่อไปจนกว่าราคาจะไปทดสอบเส้น 50 DMA ที่ระดับเหนือกว่า 107
ในขณะที่เราใช้ช่วง 107.48 – 108.36 เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มระยะสั้น นักลงทุนอาจใช้ช่วงดังกล่าวเป็นช่วงราคาสำหรับการซื้อขายก็ได้
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรรอให้ราคาขึ้นไปเหนือเส้น 200 DMA ก่อนที่จะเปิดสถานะ long เนื่องจากจะเกิดแนวรับสำคัญขึ้นมาหลังจากเกิดการปรับตัวลง หรืออาจรอให้ราคาลงไปต่ำกว่าเส้น 50 DMA ก่อนจะเปิดสถานะ short ซึ่งจะทำให้เห็นแนวต้านหลังจากที่ราคาพยายามฟื้นตัว
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง ควรรอให้ราคาทะลุกรอบไปก่อน โดยหากรอได้ขอให้เป็นที่ระดับราคาปิด
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจทำการซื้อขายตามช่วงราคา ในเวลาที่ราคาเริ่มเข้าใกล้จุดสูงสุดโดยอาจพิจารณาตามอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนร่วมด้วยเพื่อให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
ตัวอย่างการซื้อขาย – การซื้อขายตามช่วงราคาสำหรับการเปิดสถานะ Short
-
ราคาเข้า: 108.25
-
Stop-Loss: 108.40 ซึ่งเป็นตัวเลขปัดเศษเหนือค่าสูงสุดของ shooting start เมื่อวานนี้
-
ความเสี่ยง: 15 pips
-
เป้าหมาย: 107.80 เหนือราคาเปิดเมื่อวันจันทร์
-
ผลตอบแทน: 45 pips
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
