S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Investing.com - ดัชนี S&P 500 ปิดที่ **7,798.99 จุด** ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกรกฎาคมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในระบบเริ่มคลายตัว
นักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้รับประโยชน์โดยตรงจากแรงบวกนี้ บริษัทอย่าง Meta Platforms (NASDAQ: META) และ Netflix (NASDAQ: NFLX) ต่างเป็นตัวนำตลาด โดย Netflix พุ่งขึ้น 5.4% ในวันดังกล่าวหลังบิล แอคแมนเปิดเผยการเข้าถือหุ้นรอบใหม่ ขณะที่ Meta บวก 2.8%
ในฝั่งของ PPI เดือนกรกฎาคม ตัวเลขขยับขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.9% และชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.5% ในเดือนมิถุนายน ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ตัวเลข CPI เดือนกรกฎาคมก็ออกมาที่ 3.4% ต่อปี ชะลอจาก 3.5% ในเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI ลดลงมาที่ 2.5% จาก 2.6% สองชุดข้อมูลนี้รวมกันหนุนให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
อย่างไรก็ดี ภาพยังไม่สดใสทั้งหมด โอลู โซโนลา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ของฟิทช์ เรตติ้งส์ ระบุผ่านรอยเตอร์สว่า "หากไม่มีการให้ทิศทางล่วงหน้า การตัดสินใจในเดือนกันยายนอาจยังคงเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกันมากจนถึงวินาทีสุดท้าย ทั้งฝ่ายเหยี่ยวและฝ่ายนกพิราบต่างหาข้อมูลสนับสนุนจุดยืนของตนจากข้อมูลชุดเดียวกันได้" นอกจากนี้ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมยังออกมาหดตัว 0.6% ต่ำกว่าคาดมาก ซึ่งอาจสะท้อนการชะลอตัวของการบริโภคที่เฟดต้องติดตาม
ในกลุ่มชิปและหน่วยความจำ Sandisk พุ่งขึ้น 13.7% ขณะที่ Micron Technology (NASDAQ: MU) บวก 4.2% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อวัฏจักรขาขึ้นของฮาร์ดแวร์ AI ทั้งนี้ Finnomena Funds รายงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569) ว่ากำไรโดยรวมของบริษัทใน S&P 500 ไตรมาส 2/2569 เติบโตถึง **50.7%** สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ นำโดยกลุ่ม Communication Services, Technology, Energy และ Consumer Discretionary
แรงส่งจากวอลล์สตรีทลามถึงตลาดเอเชีย โดยนิกเกอิโตเกียวปิดบวก 1.16% สู่ระดับ 68,308.59 จุด ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ขณะที่ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งแรงถึง 3.56% สู่ 6,813.34 จุด สำหรับตลาดหุ้นไทย บล.บัวหลวงคาดว่าฟันด์โฟลว์จากต่างชาติอาจทะลุ 1.5 แสนล้านบาทในปีนี้ สอดคล้องกับที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นราว 29% นับตั้งแต่ต้นปี
สิ่งที่ตลาดจะจับตาในสัปดาห์ถัดไปคือผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีกลุ่ม AI อย่าง AMAT และ CSCO รวมถึง CoreWeave ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าโมเมนตัมกำไรในภาคนี้ยังคงแข็งแกร่งหรือไม่ ในระยะกลาง การประชุม FOMC เดือนกันยายน 2569 คือจุดพลิกสำคัญ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในกรอบ 3.50%-3.75% มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และตลาดกำลังรอดูว่าตัวเลข Core PCE ล่าสุดซึ่งยังคาดว่าอยู่เหนือ 3% จะเอื้อให้เฟดคงนโยบายเดิมหรือกลับมาส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ หาก Core PCE ที่จะประกาศก่อนการประชุมออกมาสูงกว่า 3.2% นักวิเคราะห์มองว่าน้ำหนักการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกดดันหุ้น growth โดยตรง







