Munster จาก Deepwater คาดการณ์ผลประกอบการสำคัญของ NVIDIA สัปดาห์หน้า
องค์กรข้อมูลด้านพลังงาน (EIA) จะดับความรุนแรงของตลาดแก๊สธรรมชาติเหมือนกับที่เคยทำกับตลาดน้ำมันหรือไม่?
จากการรายงานปริมาณการสำรองแก๊สธรรมชาติของ EIA เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการเก็บสำรองเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยให้เพียงพอกับสัปดาห์ที่มีการใช้งานเครื่องปรับอากาศสูงขึ้น หรือว่าจะมีการสำรองเพิ่มขึ้นให้มากกว่าจำนวนที่รายงานออกมาในครั้งก่อน
รายงานของ EIA อาจแสดงว่าจะมีการสำรองแก๊สในปริมาณมาก
หากปริมาณสำรองในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคมมีมากกว่า 114,000 ล้าน ลบ.ฟุต ตามที่ได้รายงานในสัปดาห์ก่อนก็หมายความว่า EIA กำลังลดความแรงของตลาดพลังงานลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา องค์กรข้อมูลด้านพลังงานทำให้ตลาดต้องประหลาดใจ เนื่องจากมีการรายงาน ปริมาณน้ำมันดิบสำรอง ที่สูงถึงเกือบ 7 ล้านบาร์เรล โดยคาดว่าจะลดลงราว 850,000 บาร์เรล ส่งผลให้ราคา น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส และ น้ำมันดิบเบรนท์ของสหราชอาณาจักร เข้าสู่ช่วงขาลงอย่างต่อเนื่อง
จาก รายงานปริมาณแก๊สธรรมชาติสำรอง เมื่อเวลา 10:30 น. วันนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้สรุปผลการสำรวจความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมน้ำมันว่าจะมีการเก็บปริมาณสำรองที่ 111 พันล้าน ลบ.ฟุต แม้ว่าจะต่ำกว่าสัปดาห์ที่แล้ว 3 พันล้าน ลบ.ฟุต แต่ก็ยังสูงกว่าระดับ 93 พันล้าน ลบ.ฟุตในช่วงสัปดาห์เดียวกันของปีที่ผ่านมา และยังมากกว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณสำรองในช่วง 5 ปีซึ่งมีค่าอยู่ที่ 102 พันล้าน ลบ.ฟุต
ปริมาณการสำรองแก๊สและสภาพอากาศย่อมมีผลกับราคา
จากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา ปริมาณการสำรองที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลจากการผลิตแก๊สธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งไม่ต่างจากปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ EIA คาดการณ์ไว้เมื่อวันพุธว่าจะมีถึง 12.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จากข้อมูลสภาพอากาศ อุณหภูมิเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีค่าสูงกว่าระดับปกติที่ 52 cooling degree days (CDD)
ค่า CDD เป็นตัวเลขอุณหภูมิเฉลี่ยของวันที่สูงกว่า 65 องศาฟาเรนไฮต์ (18 องศาเซลเซียส) และใช้เพื่อประมาณความต้องการทำความเย็นสำหรับบ้านและองค์กรธุรกิจ
ค่าปกติในช่วงนี้ของปีตลอด 30 ปีที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 42 CDD ถึงแม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน ค่านี้จะพุ่งสูงขึ้นถึง 70 CDD ก็ตาม
แดน ไมเยอร์ส จากสำนักงานวิจัยด้านแก๊สธรรมชาติ Gelber & Associates ในเมืองฮิวสตันกล่าวว่า
“ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อากาศในภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งปริมาณการใช้พลังงานจะเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด แต่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นวันรำลึกทหารผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ (Memorial Day) น่าจะช่วยลดปริมาณความต้องการใช้พลังงานลงได้บ้าง”
นายไมเยอร์สกล่าวว่าจากการพยากรณ์ปริมาณสำรองแก๊สที่ Gelber พยากรณ์ไว้สำหรับสัปดาห์ก่อนมีค่าอยู่ที่ 106 พันล้าน ลบ.ฟุต
เขาเสริมว่า
“หากมีแรงหนุนเข้ามาในช่วงที่ราคาตก อาจเป็นเพราะตลาดเห็นว่ามีการเทขายออกไปต่ำกว่ามูลค่าจริงไปแล้วเมื่อเทียบกับราคาที่ดีกว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้ราคาร่วงลงต่อไป”
สถานการณ์ตลาดยังคงเป็นขาลง
การที่ราคาแก๊สธรรมชาติ “ดิ่งลง” นั้นถือเป็นเรื่องปกติ ราคาที่ปรับลดลงนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาต่อเนื่อง 3 สัปดาห์แล้วเนื่องจากสภาพอากาศที่ยังไม่เลวร้ายมากนักในช่วงก่อนฤดูร้อนจนถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนเกิดการปิดสถานะ long ออกไปจำนวนมาก

จากค่าที่ขึ้นไปสูงสุดของปีในวันที่ 15 มกราคม 2019 ที่ $3.722 ต่อล้านบีทียู สัปดาห์นี้ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดของปีที่ $2.355 ต่อล้านบีทียู โดยลดลงไป 37% ในช่วงระยะเวลาเพียง 6 เดือนแรกของปี 2019 เท่านั้น
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิครายวันของ Investing.com ขอแนะนำให้นักลงทุนที่ถือสัญญาแก๊สธรรมชาติอยู่ “ขายทันที” โดยคาดว่าจะมีแนวรับอยู่ที่ $2.275 ต่อล้านบีทียู เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันพุธที่ $2.378 ต่อล้านบีทียู สำหรับ สัญญาซื้อขายแก๊สเดือนกรกฎาคม ในตลาด Henry Hub ของ New York Mercantile Exchange แล้วถือว่าราคาจะปรับลดลงประมาณ 4%
สก็อต เชลตัน โบรกเกอร์ผู้แลสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดพลังงานจาก ICAP เมืองเดอแรม รัฐนอร์ทแคโรไลนา สังเกตว่าตลาดยังไม่น่าจะฟื้นตัวได้แม้ว่าสภาพอากาศจะอำนวยเหมือนเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา หากตลาดยังคงอยู่ในกระแสของการเทขายเช่นนี้
นายเชลตันยังเสริมอีกว่า
“ตลาดในตอนนี้ยังอยู่ในสภาวะ ‘เงียบเหงา’ และยังไม่น่าที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ในขณะที่สภาพอากาศ รวมทั้งมีการเทขายสินค้าโภคภัณฑ์ และเมื่อมีปริมาณการสำรองถึง 114,000 ล้าน ลบ.ฟุตในสัปดาห์ที่แล้วเช่นนี้”
นายโดมินิค คิริเชลลา หัวหน้าฝ่ายความเสี่ยงและการซื้อขายจากสถาบันจัดการพลังงาน กรุงนิวยอร์ค ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า
“จากการพยากรณ์อากาศในระยะสั้น ยังไม่มีวี่แววว่าอากาศจะร้อนขึ้นในพื้นที่หลักของประเทศที่มีการใช้แก๊สธรรมชาติเลย ดังนั้นปริมาณสำรองจึงยังน่าจะอยู่สูงกว่าระดับปกติต่อไปในระยะสั้นถึงระยะกลาง”
