เรามักจะได้ยินคำว่าสภาวะถดถอยอยู่บ่อยครั้งในการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์จะนำคำนี้กลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ครบ 10 ปีในเดือนนี้ ความเสี่ยงในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น
สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ในตอนนี้ก็คือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ จีน และเม็กซิโก ที่อาจลดทอนการใช้จ่ายในภาคธุรกิจและผู้บริโภคลงจนอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ราคาทรัพย์สินต่างๆ เพิ่มขึ้นตามมา
เศรษฐกิจของทั่วโลกอาจจะเริ่มถดถอยหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันที่จะใช้อัตราภาษี 25% กับสินค้าส่งออกจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งอาจมีการโต้ตอบจากจีนเกิดขึ้นด้วย มอร์แกนสแตนลีย์ และ JPMorgan รายงานว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ช่วงถดถอยภายในครึ่งหลังของปีนี้โดยจะเพิ่มจาก 25% ในเดือนที่แล้วเป็น 40%
ด้วยสมมุติฐานดังกล่าว เราอาจจะเข้าสู่ช่วงเศรษฐกิจถดถอยได้ภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ดังนั้นจะมีหุ้นตัวไหนบ้างที่น่าจะทนทานต่อสภาวะดังกล่าวได้ดีที่สุด เราจึงได้คัดเลือกหุ้นที่ดีที่สุดมา 2 ตัวดังนี้
1. Microsoft: เพื่อนแท้ตลอดกาล
สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามในการคัดเลือกหุ้นมาเก็บไว้ในพอร์ตระยะยาวคือความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม
นักลงทุนหลายรายเข้าใจผิดว่า Microsoft (NASDAQ:MSFT) เป็นหุ้นด้านเทคโนโลยีที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักหากเกิดการชะลอตัวหรือถดถอยทางเศรษฐกิจ แต่เรามองว่า Microsoft เป็นหุ้นสร้างรายได้ตัวหนึ่งที่ควรถือไว้
บริษัทนี้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปมากถึง 82% ซึ่งทำให้เกิดรายได้จากซอฟต์แวร์ บริการ และผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ อย่างมหาศาล ปัจจุบัน Office ซึ่งเป็นบริการของ Microsoft ที่เปิดให้สมัครใช้งานทั้งกับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้องค์กรจำนวนหลายล้านรายยังเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้กับบริษัท ในปีที่ผ่านมา หน่วยธุรกิจทั้งสองหน่วยนี้สร้างยอดขายให้กับ Microsoft ได้มากกว่าครึ่งของยอดขายทั้งหมด
หากคุณเป็นนักลงทุนที่เน้นรายได้ คุณควรหาบริษัทอย่าง Microsoft มาเก็บไว้ในพอร์ต บริษัทใหญ่ๆ ประเภทนี้มีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงของธุรกิจได้เป็นอย่างดีและยังสามารถสร้างรายได้ให้กับคุณไปได้ตลอดชีวิต ในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนเช่นนี้ หุ้นธุรกิจด้านเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งอาจยังต้องกระเสือกกระสนเพื่อเอาตัวรอดในตลาดหุ้น แต่ Microsoft ยังคงเป็นขาขึ้นต่อไปได้ ในปีนี้หุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้น 21% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมาถึง 464% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.8% ไปอยู่ที่ $123.16
Microsoft ยังมีการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนด้วยจำนวนที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจ่ายเงินปันผลเป็นต้นมา บริษัทมีการปรับเพิ่มเงินปันผลขึ้นถึงเกือบ 5 เท่า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ต่ำและรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง
เมื่อพิจารณาเงินปันผลที่บริษัทจ่ายในอัตรา 1.46% ต่อปี Microsoft จ่ายเงินปันผลรายไตรมาสอยู่ที่ $0.46 ต่อหุ้น ซึ่งอาจเป็นจำนวนที่ไม่ได้มากมาย แต่ Microsoft ยังคงเติบโตในขาขึ้นได้อย่างแข็งแรง เช่นเดียวกันกับการจ่ายเงินปันผลซึ่งไมโครซอฟท์ได้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นถึง 200% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
แม้ว่าเราจะไม่ทราบว่าในอนาคตอีก 5 ปีจะเป็นเช่นไร แต่หากคุณต้องการมีหุ้นด้านเทคโนโลยีที่ปลอดภัย Microsoft ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ควรถือ
2. Procter & Gamble: เก่าแก่แต่ปลอดภัย
Procter & Gamble (NYSE:PG) เป็นหนึ่งในหุ้นหลายตัวที่ไม่ค่อยมีกระแสข่าวอะไรออกมามากมายนัก แต่หุ้นของ P&G ก็มีลักษณะคล้าย Microsoft คือทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจขาลงได้เป็นอย่างดี.
บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคนี้เป็นบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตน้ำยาล้างจาน Dawn และ Pampers รายนี้ได้ปรับเงินปันผลขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 62 ปี โดยตลอดช่วง 128 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยหยุดจ่าย และสามารถทำเงินได้แม้กระทั่งในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ในภาวะสงคราม รวมทั้งในช่วงฤดูกาลที่แห้งแล้ง
จากอัตราการจ่ายเงินปันผลปัจจุบันของบริษัทที่ 2.9% หุ้นของ P&G จ่ายเงินปันผลราว $0.74 ต่อหุ้นในทุกๆไตรมาส การจ่ายเงินปันผลดีอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทำให้หุ้นตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสภาพเศรษฐกิจ
ข้อดีอีกประการหนึ่งในการถือหุ้นของ P&G ก็คือ ในช่วงเวลาที่เกิดการผันผวนอย่างหนักหรือในช่วงที่หุ้นเกิดการชะลอตัว หุ้นของบริษัทจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อผู้บริโภคมักจะทำผลงานได้ดี อย่างเช่นกรณีที่เกิด ความผันผวน ขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา หุ้นของ P&G ก็ยังทำผลงานได้ดี แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะปรับตัวลดลงประมาณ 5% แต่หุ้นของบริษัทก็แทบจะไม่เคลื่อนไหว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 96% และเฉพาะในปีนี้ก็เติบโตขึ้นได้ 15% โดยปิดตลาดเมื่อวานนี้เพิ่มขึ้น 0.9% ไปอยู่ที่ $104.68
บทสรุป
Microsoft และ P&G เป็นหุ้นที่สามารถพึ่งพาได้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้ง 2 บริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงที่ดี มีสภาพคล่องทางการเงิน และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนที่ดีมาก หากคุณซื้อหุ้น 2 ตัวนี้ไว้แล้ว เมื่อมีสถานการณ์ที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงในระยะสั้นๆ อย่าตกใจจนต้องขายทิ้งไป แต่ให้ถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะเข้าซื้อเก็บไว้เพิ่มเติม