เสียงของโอเปคจะมีความสำคัญเหนืออิทธิพลจากสงครามทางการค้าหรือไม่

เผยแพร่ 04/06/2019 14:17

แม้ว่าจะเป็นเพียงการให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ไม่ใช่ข่าวจากการประชุมก็ตาม แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสุขุมเยือกเย็นของนายคาลิด อัลฟาลีห์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดน้ำมันได้หลังจากที่สถานการณ์ไม่สู้ดีนักในตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา

การ ให้สัมภาษณ์ ของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาราเบียยังคงช่วยให้ตลาดเป็นขาขึ้นได้ โดยราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นไปได้ 2% ในการซื้อขายของยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่นายฟาลีห์เสร็จสิ้นการเสวนาเรื่องความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่มโอเปค เขาเชื่อมั่นว่าข้อตกลงที่มีร่วมกัน รวมทั้งรัสเซียซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรหลักจะไม่ดิ้นรนที่จะคงสมดุลของตลาดด้วยการลดปริมาณการผลิตลงอีกในการประชุมที่จะมีขึ้นช่วงปลายเดือนนี้ เขากล่าวว่า “เราจะทำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” และยังเสริมอย่างมั่นใจว่า การประชุมดังกล่าวยังคงมีกำหนดการเหมือนเดิมคือวันที่ 25 มิถุนายน ไม่ใช่เดือนกรกฎาคมตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่านายฟาลีห์จะเอ่ยปากรับรองเป็นมั่นเหมาะแล้วก็ตาม ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ในตลาดนิวยอร์คเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ยังคงทรงตัวหลังจากที่ในเดือนก่อนราคาดิ่งลงถึง 16% และ 11% ในฝั่งสหราชอาณาจักร ซึ่งยังคงเป็นไปตามสุภาษิตที่ว่า “ขายในเดือนพฤษภาคมแล้วไปทำอย่างอื่น"

WTI Daily Chart - Powered by TradingView

นอกจากนั้น ราคา น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ซึ่งปิดตลาดที่ $53.25 ต่อบาร์เรลก็ยังเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์เป็นต้นมาด้วย ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ของสหราชอาณาจักร ปิดตลาดที่ราคาต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ $61.28 ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันดิบทั้งสองแห่งยังคงเป็นขาลง โดยปรับลดลงจากราคาสูงสุดที่เคยทำได้ในเดือนเมษายนลงมาถึง 20%

สงครามการค้ายังคงส่งผลในแง่ลบกับตลาดน้ำมัน

เป็นอีกครั้งที่ปัญหาสงครามการค้าที่ทรัมป์สร้างขึ้นกับหลายฝ่ายจะสร้างความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดกับเศรษฐกิจทั่วโลกและทำให้ตลาดน้ำมันซบเซาลงไปอีก

การให้สัมภาษณ์ของนายฟาลีห์ไม่ใช่ข่าวดีเพียงข่าวเดียวของตลาดในวันจันทร์

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่าทั้งเม็กซิโกและจีนต่างก็มีความพร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาทางออกกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ

มีรายงานว่าเกิดการชุมนุมประท้วงที่โรงกลั่นน้ำมันในแคเมอรูนและสหภาพแรงงานน้ำมันบางแห่งของนอร์เวย์

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่ารัสเซียเริ่มถอนกำลังสนับสนุนออกจากการเตรียมรบกับประธานาธิบดีมาดูโร ที่จะนำไปสู่การปะทะกันกลางท้องถนนในกรุงการากัส ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้นในใจกลางอเมริกาใต้ได้

ทางฟากของอ่าวเปอร์เซีย กองกำลังสหรัฐฯ บุกทำลายเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำของซีเรียเพื่อเป็นการเพิ่มแรงกดดันกับซีเรียโดยขัดขวางไม่ให้มีการซื้อขายน้ำมันกันระหว่างกลุ่ม PKK/YPG กับฝ่ายของนายอัสซาด

ท้ายที่สุดแล้ว ซาอุดิอาราเบียปรับเพิ่มราคาน้ำมันกับเอเชียเพื่อส่งสัญญาณว่ามีปริมาณความต้องการที่สูง แม้ว่าจะมีการลดราคาให้กับสหรัฐฯ และยุโรปก็ตาม

ราคาน้ำมันจึงน่าจะยังปรับตัวลดลงไปอีก แต่ก็มีคำถามคาใจอยู่ว่า เสียงของโอเปคจะมีความสำคัญเหนืออิทธิพลจากสงครามทางการค้าที่มีในตลาดขณะนี้ได้หรือไม่?

ในการประชุมครั้งสำคัญของโอเปคที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองของปีนี้ในอีกเพียง 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งก็คือวันที่ 25 มิถุนายนนี้เป็นวันสำคัญที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะสามารถหยุดยั้งการเทขายในตลาดน้ำมันและทำให้ตลาดฟื้นตัวกลับขึ้นมาจากเดือนที่แล้วได้

ในช่วงต้นเดือนเมษายน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นถึง 40% ในรอบปี 2019 สำหรับน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ $66.60 และน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ $75.60 ซึ่งเกิดจากการปรับลดปริมาณการผลิตของโอเปคและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ใช้กับการส่งออกน้ำมันของอิหร่านและเวเนซูเอลา

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกลายจึงเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบรุนแรงกับกระแสข่าวในตลาด ก่อนหน้าที่ทรัมป์ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษี 5%-25% จากเม็กซิโกในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้สถานการณ์ตลาดแย่ลงไปอีก

โอเปคกำลังเผชิญปัญหาความต้องการน้ำมันที่ลดลง

นายจอห์น คิลดัฟฟ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนด้านพลังงานจาก Again Capital ประจำกรุงนิวยอร์ค คาดว่าโอเปคน่าจะพิสูจน์ความเกี่ยวข้องของการปรับลดปริมาณการผลิตกับความต้องการน้ำมันที่ลดลงได้ยาก

นายคิลดัฟฟ์กล่าวว่า

“ต้องขอชื่นชมระเบียบวินัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของซาอุดิอาราเบียและสมาชิกกลุ่มโอเปคที่สามารถควบคุมปริมาณการผลิตให้เป็นไปตามเป้าได้ แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากรัสเซียเท่าใดนักก็ตาม”

“แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าข้อตกลงนี้ยังอาจมองข้ามอิทธิพลที่จะส่งผลเสียกับปริมาณความต้องการน้ำมันที่เกิดจากสงครามทางการค้าที่ทรัมป์ก่อขึ้นอยู่มากพอสมควร ในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ซึ่งสงครามการค้ายังไม่น่าจะหาข้อยุติได้นั้น โอเปคอาจต้องพยายามสื่อสารกับตลาดที่มีแนวโน้มที่จะขายมากกว่าตลาดที่อยู่นิ่งๆ แน่นอนว่าการปรับลดปริมาณการผลิตในปัจจุบันจะส่งผลกับราคาขั้นต่ำของตลาดน้ำมัน แต่มันเป็นโอกาสสุดท้ายในตอนนี้ของโอเปคที่จะต้องเอาชนะให้ได้ เพราะยังมีวิกฤติที่จะตามมาอีกนั่นก็คือความเชื่อมั่นของตลาดจากการตัดสินใจในครั้งนี้”

ในระหว่างที่กำลังจะมีการประชุมเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า จากเดิมในช่วงเวลานี้ของปี โรงกลั่นในสหรัฐฯ จะมีความต้องการใช้น้ำมันดิบปริมาณมากเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ในปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ปริมาณน้ำมันดิบสำรอง ลดลงเพียง 0.28 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 พฤษภาคม เมื่อเทียบกับตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะลดลง 0.86 ล้านบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 ล้านบาร์เรลในช่วงสองสัปดาห์ก่อนเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันมีการผลิตได้ไม่เต็มที่

ธนาคาร Goldman Sachs ออกมาเตือนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงประกอบกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลงเริ่มมีผลกระทบกับตลาดน้ำมันแล้ว”

โอลิเวียร์ จาค็อบ นักวิเคราะห์จาก Petro Matrix ในเมืองซุก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า

"นักลงทุนเริ่มหยุดและลดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบสุทธิในตอนนี้แล้ว จะเหลือแต่แค่สัญญาที่ต้องจัดการให้จบไปเท่านั้น"

แม้แต่นายฟิล ฟลิน นักวิเคราะห์อาวุโสด้านพลังงานจากกลุ่ม The Price Futures ในชิคาโก ผู้ซึ่งมักจะมีมุมมองในเชิงบวกกับตลาดน้ำมันก็ยังออกมายอมรับว่า “มีความเปลี่ยนไปในทางลบอยู่มาก” เขาเสริมว่า “แม้แต่นักลงทุนที่ชอบความเสี่ยงก็ยังอาจกลัวได้เหมือนกัน”

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย